โรค ADHD หรือ ภาวะ สมาธิสั้นรักษาได้

โรค ADHD หรือ ภาวะ สมาธิสั้นรักษา ได้

โรค ADHD หรือ ภาวะ สมาธิสั้นคือ ภาวะที่พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่ง สมาธิสั้นอาการ เบื้องต้นจะมีการแสดงความผิดปกติในการควบคุมสมาธิ, ความจำ และมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งภาวะสมาธิสั้นไม่สามารถรักษาให้หายได้หมดไป แต่สามารถควบคุมได้ เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า

สารบัญ

อาการของ โรค ADHD เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

รู้หรือไม่ ? สมาธิสั้นไม่ใช่แค่เด็กที่เป็นได้นะ ผู้ใหญ่ก็เป็นได้เหมือนกัน ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ เกิดจากการขาดทักษะการจดจ่อ หรือปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้ไม่มีสมาธิ อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสมาธิสั้น ควรจะหาวิธีแก้ไขโดยการพัฒนาศักยภาพของสมอง เพื่อประสิทธิภาพของการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการทำงานด้วย ซึ่งวิธีการพัฒนาสมองมีอยู่หลากหลาย คุณอาจจะไม่มั่นใจว่า โรคสมาธิสั้นรักษาที่ไหน ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล เพราะ Brain and Life มีโปรแกรมพัฒนาสมองอย่างฉลาดแบบ Smart Adult สำหรับวัยทำงานอย่างเราโดยเฉพาะ ซึ่งโปรแกรมนี้จะเน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพการจดจ่อในการทำงาน พัฒนาความจำ และการเรียนรู้ รวมไปถึงการจัดระเบียบการทำงานให้ดีขึ้น ช่วยรักษา โรค ADHD หรือภาวะสมาธิสั้นได้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม

คอร์สพัฒนาความจำ พัฒนาตัวเองด้วยโปรแกรมฝึกสมอง เพิ่มทักษะการคิดวิเคราะห์

ตอนนี้เรารู้อาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่กันแล้ว เราลองมาทำความรู้จักกับสมาธิสั้นในเด็กกันบ้างดีกว่า มาเช็คไปพร้อมกันว่าลูกคุณสมาธิสั้นหรือไม่ ไปดูกัน

ลูกสมาธิสั้น เกิดจากอะไร ?

สาเหตุที่ ลูกสมาธิสั้น เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยที่ไม่แน่ชัด ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม หรือสภาพแวดล้อมก็ตาม โดย โรค ADHD หรือภาวะสมาธิสั้นจะส่งผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ การคิด และการตัดสินใจของลูก หากปล่อยไว้นานจะเป็นผลเสียต่อพัฒนาการทางด้านสมอง การเข้าสังคม การใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย ดังนั้นการรักษาจะต้องใช้การประเมินอย่างถูกต้อง อาจประกอบไปด้วยการรักษาด้วยยา การฝึกสมาธิ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้คุณอาจจะสงสัยว่าจะเริ่มต้นยังไง โรคสมาธิสั้นรักษาที่ไหน ทาง Brain and Life สามารถรักษาและพัฒนาศักยภาพของสมอง เพิ่มทักษะพื้นฐาน พัฒนาความจำ รวมไปถึงการแก้ไขเด็กสมาธิสั้นอีกด้วย

สมาธิสั้นเทียม มีด้วยหรอ ?

ก่อนอื่น Brain จะบอกว่าโรคสมาธิสั้นมีทั้งแท้และเทียม ซึ่ง สมาธิสั้นอาการ จะเหมือนกันทั้งคู่ เช่น พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง ซน หรือทำงานไม่เสร็จ แล้วทำไมถึงต้องมีสมาธิสั้นแท้และเทียม แยกออกมาด้วยล่ะ ที่ต้องแยกออกมาเนื่องจากมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่จุดนึง นั่นคือ “สาเหตุ” เพราะ สมาธิสั้นเทียม เกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัญหาทางด้านสมอง หรือพันธุกรรม ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ว่านั้นคือ “การเลี้ยงดู” เนื่องจากในยุคนี้เป็นยุคที่มีเทคโนโลยีดิจิทัล และยังต้องทำอะไรก็ต้องแข่งกับเวลา เมื่อเด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ในขณะที่พัฒนาการของเด็กยังไม่พร้อม จะส่งผลให้เกิดอาการขี้ลืม เหม่อลอย หรือ พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง บางครั้งอาจส่งผลต่ออารมณ์ของเด็กด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สมาธิสั้นรักษา ได้ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โรค ADHD หรือ สมาธิสั้นคือ อะไร และเราไม่ควรมองแต่ข้อผิดพลาดที่เด็กทำ ควรเสริมสร้างกำลังใจและแรงจูงใจเมื่อเขาทำได้ ฝึกให้ลูกมีพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสม เพราะจะช่วยให้สมองของเขาพัฒนาศักยภาพตามวัยไปด้วย การฝึกสมองจึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ไม่ควรมองข้าม เพราะในช่วงอายุ 4-7 ปี เป็นวัยที่กำลังมีพัฒนาการ เหมาะกับการฝึกทักษะ พัฒนาสมองอย่างเหมาะสมและถูกต้อง

โรคสมาธิสั้นรักษายังไงให้มีประสิทธิภาพ

ถึงการรักษาสมาธิสั้นจะไม่สามารถทำให้หายขาดได้ แต่การควบคุมได้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่ทำให้เริ่มใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยการควบคุมนั้นก็ต้องมีการปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตร่วมด้วย ซึ่งจะมีหลายวิธีดังนี้

1. การรับประทานยาที่สามารถช่วยลดอาการของ โรค ADHD ได้ เช่น ยากลุ่มสติมูลัน (Stimulant) และกลุ่มนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) แต่การรับประทานยาจะต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

2. การรับคำปรึกษาและการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นจากพ่อแม่ ครู หรือผู้ดูแลก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากการควบคุมโรคนี้จำเป็นต้องมีคนดูแลคอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีมากขึ้นด้วย

3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ซึ่งการรักษาที่ดีแต่ไม่ง่ายนัก คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควรจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ผู้ป่วยเริ่มควบคุมตัวเองให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้สำเร็จ รวมถึงเริ่มเรียนรู้ทักษะด้านอารมณ์ ทักษะทางสังคม เพื่อให้มีการทำความเข้าใจและรู้จักสังเกตอารมณ์ของตัวเอง กับคนอื่นได้

ถึงหลาย ๆ วิธีการรักษานั้นจะต้องมีคนคอยดูแล แต่ถ้าอยากเริ่มทำด้วยตัวเองก่อน Brain ก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเบื้องต้นให้ลองเริ่มทำดูดังนี้

1. ลดความใจร้อนลงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเริ่มทำเป็นสิ่งแรก

2. ฝึกสังเกตให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ของผู้อื่น เริ่มรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราเพื่อลดปัญหาการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น

3. ฝึกอารมณ์ตัวเองไม่ให้ปรับเปลี่ยนเร็วเกินไป

4. เริ่มจัดตารางเวลาในการทำงานให้เหมาะสม วางแผนล่วงหน้าในการทำสิ่งต่าง ๆ

5. รับประทานอาหารที่ดีขึ้น เลี่ยงน้ำตาล และคาเฟอีน

6. เริ่มออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพตัวเอง รวมถึงนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไงดี Brain ยินดีให้คำปรึกษาฟรี สามารถติดต่อสอบถามเพื่อรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่นี่เลย