ออทิสติกไม่ใช่ปัญหา-ถ้าฝึกทักษะถูกวิธี-ก็พัฒนาการดีได้

ออทิสติกไม่ใช่ปัญหา ถ้าฝึกทักษะถูกวิธี ก็พัฒนาการดีได้

หัวข้อย่อย

เด็กออทิสติก หมายถึง ความผิดปกติของพัฒนาการเด็ก โดยที่เด็กออทิสติกจะไม่สามารถพัฒนาทักษะทางสังคม การสื่อสาร และพฤติกรรม ได้ตามวัยเหมือนเด็กปกติทั่ว ๆ ไป

ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดเด็กมีภาวะออทิสติกนี้ยังไม่ทราบสาเหตุอย่างแน่ชัด การวินิจฉัยโรคออทิสติกส่วนใหญ่จะเป็นการสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กว่าเป็นไปตามวัยหรือไม่ โดยสามารถสังเกตได้ตั้งแต่เด็กเล็ก จนถึงวัยเด็กก่อนอายุ 3 ขวบ

การรักษาโรคออทิสติกจะเน้นที่การพัฒนาทักษะ ซึ่งอาจประกอบด้วยการให้การรักษาทางพฤติกรรม, การบำบัดทางการพูด, และการพัฒนาทักษะสังคมและสื่อสาร เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยออทิสติกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถปรับตัวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

หากเพื่อน ๆ อยากรู้ว่าออทิสติกรักษาหายไหม, เด็กออทิสติกมีกี่ระดับ, ออทิสติก กับ ออทิสซึม ต่างกันยังไง และเด็กออทิสติก เรียนที่ไหนดี ในบทความต่อไปนี้ Brain จะมาช่วยตอบคำถามนั้นให้เพื่อน ๆ หายสงสัยกันค่ะ

ออทิสติก รักษาหายไหม

โรคออทิสติกจะเป็นภาวะที่ไม่สามารถรักษาหายได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากปัจจัยที่ซับซ้อน กล่าวคือยังไม่สามารถหาสาเหตุของโรคได้อย่างแน่ชัด โรคออทิสติกอาจเกิดขึ้นทางพันธุกรรมและแสดงออกผ่านทางพฤติกรรม และในเด็กแต่ละรายก็จะมีพฤติกรรม อาการหรือลักษณะ เด็กออทิสติกที่แตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่เด็กที่เป็นออทิสติกจะไม่สามารถสื่อสาร หรือเข้ากับเด็กคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกันได้

การรักษาโรคออทิสติกจึงมุ่งเน้นไปที่การรักษาอาการที่มีปัญหาหรือการพัฒนาทักษะพื้นฐานเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยออทิสติกสามารถช่วยเหลือตัวเอง และสามารถปรับตัวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม

วิธีการรักษาโรคออทิสติก สามารถทำได้ ดังนี้

  1. การฝึกทักษะ การส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางสังคม, การสื่อสาร และการเล่นเกมฝึกทักษะทางสมองต่าง ๆ จะช่วยเพื่อเพิ่มความคิดและจินตนาการให้เด็กออทิสติกได้ใช้ความคิดได้มากขึ้น เมื่อเขามีทักษะพื้นฐานที่ดีจะทำให้เขาสามารถปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น
  2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  การใช้เทคนิคการบำบัดทางพฤติกรรม เพื่อลดอาการที่ไม่พึงประสงค์และเพิ่มพฤติกรรมที่เหมาะสม
  3. การสนับสนุนการเรียนรู้ การใช้วิธีการสอนที่เหมาะสมหรือการสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนที่เหมาะสมกับความต้องการของเด็กออทิสติก การเข้าใจธรรมชาติและตัวตนของเขา จะทำให้เขาสามารถเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น
  4. การรักษาทางยา บางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อการจัดการอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย โดยการเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางโดยตรง

ถึงแม้ว่าออทิสติกจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่หากเขาได้รับการฝึกตั้งแต่ยังเด็กอย่างถูกวิธีและได้พัฒนาทักษะทางสมองอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้เขามีพัฒนาการที่ดี สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือใช้ชีวิตได้ดีและมีความสุขเหมือนกับคนปกติได้ในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม ออทิสติก (AUTISTIC DISORDER)

เด็กออทิสติกมีกี่ระดับ

ปัจจุบันไม่ได้มีการแบ่งประเภทออทิสติกตามระดับความรุนแรง แต่ใช้คำว่า กลุ่มอาการออทิสติกสเปกตรัม (Autism Spectrum Disorder: ASD) แทน ซึ่งมีความหมายว่า อาการของออทิสติกมีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงนั่นเอง

ในบทความนี้ขอแบ่งกลุ่มเด็กออทิสติก ไว้ 3 ระดับ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ง่าย ดังนี้

  1. ออทิสติกระดับเล็กน้อย ในระดับนี้เด็กออทิสติกจะสามารถพูดได้ เข้าใจภาษา สามารถเข้ากับเด็กในวัยเดียวกันหรือเข้าสังคมได้ แต่ก็ยังมีปัญหาในการสื่อสาร สามารถ เรียนรู้ช้ากว่าเด็กทั่วไป และยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เหมือนเด็กปกติ
  2. ออทิสติกระดับปานกลาง ในระดับนี้เด็กออทิสติกยังสามารถพูดหรือสื่อสารได้บ้าง เข้าใจภาษาพูด แต่จะเริ่มเห็นความแตกต่างจากออทิสติกระดับเล็กน้อยคือเริ่มเข้าสังคมได้ยาก ไม่สามารถเล่นกับเด็กวัยเดียวกันได้ การเรียนรู้ของเด็กในระดับนี้จะช้ามาก และเขาต้องการการดูแลและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
  3. ออทิสติกระดับรุนแรง ในระดับนี้เป็นระดับที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และต้องการการช่วยเหลือตลอดเวลา เด็กในระดับนี้จะพูดไม่ได้ สื่อสารไม่เป็นภาษาหรือที่เรียกว่าภาษาต่างดาว และจะเข้าใจภาษาได้อย่างจำกัด ไม่สามารถเข้าสังคมได้ และ เรียนรู้ช้ามากกว่าเด็กออทิสติกระดับปานกลาง

ออทิสติก กับ ออทิสซึม ต่างกันยังไง

คำว่า “ออทิสติก” และ “ออทิสซึม” มีความหมายเหมือนกัน เพียงแต่ใช้เรียกต่างกันเท่านั้น

ออทิสติก เป็นคำที่คนส่วนใหญ่รู้จักและใช้เรียกมานาน

ออทิสซึม เป็นคำที่ใช้เรียกใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อภาษาอังกฤษ “Autism” ดังนั้นออทิสติก กับ ออทิสซึมจึงเหมือนกัน แต่ต่างกันแค่การเรียกเพียงเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม ออทิสติก (ASD)

เด็กออทิสติก เรียนที่ไหนดี

การเลือกสถานศึกษาสำหรับเด็กออทิสติกนั้นเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากการเรียนรู้และการฝึกทักษะที่เหมาะสมสามารถช่วยในเรื่องของพัฒนาการที่ดีและเพิ่มพัฒนาความสามารถของเด็กออทิสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นออทิสติกนี่คือสิ่งที่คุณควรพิจารณาในการจะเลือกที่เรียนให้แก่ลูกหลานของคุณ

  1. โปรแกรมการเรียนรู้ที่มีความหลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของเด็ก ควรเลือกสถานศึกษาที่มีโปรแกรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความสามารถและความต้องการของเด็กออทิสติก โดยเน้นที่การพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น ทักษะทางสังคม, ทักษะการสื่อสาร, และการเรียนรู้ทางอารมณ์ของตนเอง
  2. บรรยากาศที่เหมาะสม ควรพิจารณาสถานศึกษาที่มีบรรยากาศที่เป็นกันเอง ไม่ใช่การเรียนการสอนที่กดดันหรือดูอึดอัด ห้องเรียนมีความสะอาด สบายตา ไม่ร้อน มีบรรยากาศที่ดีจะเพิ่มความรู้สึกอยากมาเรียนให้เด็ก ๆ ได้
  3. บุคลากร ควรเลือกสถานศึกษาที่มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานกับเด็กออทิสติก และมีความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการและปัญหาที่เกิดขึ้น
  4. การดูแลส่วนตัว หากเด็กมีความจำเป็นที่จะได้รับการดูแลแบบต่อตัวต่อ ควรพิจารณาสถานศึกษาที่มีการให้บริการส่วนตัวที่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็กได้
  5. การติดต่อร่วมมือกับครอบครัว ควรเลือกสถานศึกษาที่มีการสื่อสารอย่างดีกับครอบครัว เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถช่วยกันดูแลและร่วมมือในกระบวนการการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็กออทิสติกได้อย่างเต็มที่

ในการเลือกสถานศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กออทิสติกอาจจะต้องพิจารณาจากความต้องการและความพร้อมของเด็กแต่ละคน และควรทำการศึกษาและเปรียบเทียบสถานศึกษาต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกสถานศึกษาที่เหมาะสมที่สุดให้บุตรหลานของท่าน

Brain and Life Center เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในความดูแลที่เป็นออทิสติก เนื่องจากคอร์สเรียนของเราเป็นการช่วยฝึกทักษะพัฒนาสมองขั้นพื้นฐาน ที่จะสามารถช่วยให้เด็กออทิสติก มีพัฒนาการที่ดีและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

นอกจากนี้ Brain and Life ยังมีโปรแกรม BrainRX เป็นโปรแกรมพัฒนาทักษะทางสมองที่ได้การรองรับจากประเทศสหรัฐอเมริกา และเทรนโดยผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ และที่สำคัญที่ Brain มีรูปแบบการเทรนแบบตัวต่อตัวที่บุตรหลานของท่านจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และช่วยแก้ปัญหาเด็กออทิสติกได้อย่างตรงจุดและถูกวิธี เมื่อเขาได้รับการฝึกที่ดีและต่อเนื่องก็จะทำให้เขามีพัฒนาการที่ดีไม่แพ้เด็กทั่วไปอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม โรงเรียนเสริมพัฒนาการช่วยพัฒนาศักยภาพสมอง