สมาธิสั้น

 

สมาธิสั้น หรือ Attention Deficit Hyperactive Disorder (ADHD) เป็นโรคทางสมองประเภทหนึ่งที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับพัฒนาการตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยสามารถพบได้ในหลายรูปแบบ ในเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักจะควบคุมพฤติกรรมตนเองไม่ค่อยได้ ไม่มีสมาธิ, อยู่ไม่นิ่ง, ซุกซน สาเหตุนั้นเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนที่ควบคุมทักษะนั้น ๆ มีปัญหา ซึ่งทำให้การประมวลผลข้อมูลผิดปกติ ส่งผลให้ไม่มีสมาธิ, ควบคุมอารมณ์ไม่ได้, หุนหันพลันแล่น 

สาเหตุ

โรคสมาธิสั้นเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 

1. พันธุกรรม ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นมักจะมีประวัติโรคสมาธิสั้นในครอบครัวสูงกว่าปกติ อาจมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมถึงร้อยละ 75  

2. ปัจจัยทางสารเคมี สารสื่อประสาทหลักที่เกี่ยวข้องกับโรคสมาธิสั้นคือ dopamine โดยเฉพาะบริเวณ prefrontal cortex ซึ่งควบคุมเรื่องสมาธิและการยับยั้งตัวเอง  

3. ปัจจัยทางประสาทสรีรวิทยา จากการศึกษาคลื่นสมองของผู้ป่วยพบการเพื่มของ theta activity โดยเฉพาะในบริเวณ frontal area และอาจพบ periodic spikes and sharp wave ได้ 

4. ปัจจัยทางประสาทกายวิภาคศาสตร์ พบการลดลงของขนาดและการทำงานของสมองส่วน prefrontal cortex, anterior cingulate cortex, Globus pallidus, caudate, thalamus และ cerebellum 

5. ปัจจัยทางพัฒนาการ ปัญหาช่วงตั้งครรภ์ในคุณแม่บางรายอาจทำให้เด็กมีอาการของโรคสมาธิสั้นได้ เช่น การคลอดก่อนกำหนด การติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง การประสบอุบัติเหตุทางศีรษะ เป็นต้น 

6. ปัจจัยทางจิตสังคม การถูกเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดอาการของโรคสมาธิสั้นได้ เช่น การถูกทารุณกรรม การถูกทอดทิ้ง เป็นต้น  

​ลักษณะและอาการแสดงของผู้ที่เป็นโรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้นพบได้ร้อยละ 6.8% ของประชากร โดยจะพบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง โดยสามารถแบ่งตามลักษณะและกลุ่มอาการได้ ดังนี้

 

1. กลุ่มอาการที่สัมพันธ์กับการใช้สมาธิ (Inattention) 

     1.1 มีปัญหาด้านการใช้สมาธิ: เนื่องจากการพัฒนาของระบบประสาทไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลได้อย่างถูกต้อง และส่งผลต่อกลไกการทำงานของระบบประสาทที่จำเป็นต่อการควบคุมพฤติกรรม 

     1.2 พฤติกรรมที่ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยน: ไม่สามารถทำงานให้เสร็จสมบูรณ์ได้หรือทำงานช้า มีปัญหาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ วอกแวกและถูกรบกวนได้ง่าย 

     1.3 มักทำของหายหรือลืมของบ่อยๆ 

     1.4 ไม่ค่อยฟังและทำตามคำสั่ง 

2. กลุ่มอาการที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น (Impulsivity) 

     2.1 ไม่สามารถควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของตนเองได้: มักจะพูดหรือทำด้วยความหุนหันพลันแล่น ไม่ค่อยคิดก่อนที่จะทำสิ่งต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากการที่สมองไม่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆได้ จึงทำให้มักแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมา            

     2.2 ขาดการวางแผนในการทำงาน 

     2.3 ประสิทธิภาพด้านการเรียนไม่ดีเท่าที่ควร: เนื่องจากพฤติกรรมต่างๆที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมตนเองและทำงานตามขั้นตอนได้ ส่งผลให้ไม่มีแรงจูงใจในการเรียนหรือการทำงาน  

     2.4 มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนรอบข้าง: เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักจะไม่ค่อยเอาใจใส่กับสิ่งต่างๆ ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์หรือการแสดงออกทางสีหน้า เช่น การยิ้มหรือการขมวดคิ้ว จึงดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยสนใจเพื่อนหรือคนรอบข้างรวมถึงพฤติกรรมต่างๆที่ทำให้ผู้อื่นไม่อยากคุยด้วย 

     2.5 มักไม่รู้แพ้รู้ชนะในการเล่นเกมส์หรือเล่นกีฬา: มักชอบที่จะเอาชนะและไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เป็นเพราะสมองไม่สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆได้ดีเท่าที่ควร 

3. กลุ่มอาการที่สัมพันธ์กับการอยู่ไม่นิ่ง (Hyperactivity) 

     3.1 มีการเคลื่อนไหวหรือขยับร่างกายตลอดเวลา 

     3.2 มักทำพฤติกรรมที่จงใจรบกวนผู้อื่น 

     3.3 ไม่มีความอดทนและไม่สามารถทำงานที่ต้องใช้สมาธิหรืออยู่นิ่งๆได้: เนื่องจากการทำงานที่ผิดปกติของสมอง ทำให้ไม่สามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและร่างกายไม่ดีเท่าที่ควร 

​ 

4. กลุ่มอาการที่สัมพันธ์กับด้านอารมณ์ 

     4.1 อารมณ์แปรปรวนง่าย 

     4.2 วิตกกังวลและไม่มีความมั่นใจในตนเอง 

การใช้โทรศัพท์ส่งผลให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น 

ปัจจุบันสมาร์ทโฟเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป ผู้คนส่วนใหญ่มีสมาร์ทโฟนเป็นของตนเองและในผู้ปกครองบางคนใช้สมาร์ทโฟนเพื่อลดการรบกวนของลูก เนื่องจากต้องทำงานหรือมีสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นการลดการรบกวนของลูกที่ได้ผลดีมากที่สุดคือ การยื่นสมาร์ทโฟนให้ลูกเล่น 

 

นักวิจัยเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กันระหว่างการใช้สมาร์ทโฟนกับโรคสมาธิสั้น มีเด็กที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้นเพิ่มมากขึ้นทำให้นักวิจัยตั้งข้อสงสัยว่าเทคโนโลยีการใช้สมารืทโฟนที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบต่อระดับความสนใจและสมาธิของเด็กและวัยรุ่น ซึ่งการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเด็กที่เล่นเกมส์บนโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนมีความเสี่ยงต่อโรคสมาธิสั้นเพิ่มขึ้น ดังนั้นผู้ปกครองควรกำหนดเวลาการใช้โทรศัพท์มือถือให้แก่เด็กและคอยสอดส่องสิ่งที่เด็กเล่น เด็กจะไม่รู้สึกว่าถูกลงโทษหากมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำ (Chaturongkul Chollapat, มปป.: ออนไลน์ ) 

ภาวะแทรกซ้อนของโรคสมาธิสั้น

หากไม่ได้รับการรักษา โรคนี้อาจทำให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนตามมาได้ 
(honestdocs, 2560: ออนไลน์ ) เช่น 

  • ล้มเหลวทางการศึกษา 

  • ไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 

  • มีความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ 

  • เกิดอุบัติเหตุ และได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง 

  • ติดแอลกอฮอล์ หรือยาเสพติด 

  • ทำพฤติกรรมที่ผิดกฏหมาย 

  • มีปัญหาในการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน 

  • เพื่อนน้อย หรือแทบไม่มีสังคม 

โรคที่สามารถเกิดร่วมกับโรคสมาธิสั้นได้

เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอื่นร่วมด้วย เช่น 

  • โรควิตกกังวล 

  • ภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ 

  • โรคซึมเศร้า 

  • โรคอารมณ์สองขั้ว หรือไบโพลาร์ (ภาวะที่มีอาการทั้งซึมเศร้า และร่าเริงเกินปกติ) 

  • โรคดื้อ (Oppositional defiant disorder: ODD) เป็นโรคที่ส่งผลให้มีอาการต่อต้านกฎระเบียบทุกรูปแบบ 

  • โรคเกเร (Conduct disorder) เป็นโรคที่มีพฤติกรรมในแง่ลบ เช่น โกหก ขโมยของ ใช้กำลัง หรือล้อเลียนผู้อื่น 

  • Tourette syndrome เป็นกลุ่มอาการความผิดปกติทางระบบประสาทที่จะมีพฤติกรรมซ้ำๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ 

  • ปัญหาทางการนอนหลับ 

  • ปัสสาวะรดที่นอน 

ข้อดีของโรคสมาธิสั้น 

โรคสมาธิสั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป การมองหาข้อดีของปัญหาที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เราพบโอกาสใหม่ๆ ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาต่อยอดสิ่งต่างๆ ได้ โรคสมาธิสั้นเป็นโรคที่ไม่ได้กิดจากความบกพร่องทางสติปัญญาของเด็ก แต่เกิดจากความความผิดปกติของสารเคมีในสมองซึ่งทำให้เด็กมีความบกพร่องด้านสมาธิ ความสนใจ จดจ่อ อยู่นิ่งไม่ได้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจแสดงให้เห็นถึงข้อดีดังต่อไปนี้ 

1. เด็กสมาธิสั้นมักมีความคิดสร้างสรรค์ เด็กที่มีความคิดที่แตกต่างกันสิบประการในคราวเดียวสามารถกลายเป็นนักแก้ปัญหา ต้นแบบทางความคิด หรือศิลปินที่สร้างสรรค์ แม้ว่าเด็กที่เป็นสมาธิสั้นจะเบี่ยงความสนใจง่าย แต่บางครั้งพวกเขามักจะสังเกตเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น 

2. มีความยืดหยุ่น เนื่องจากเด็กที่เป็นสมาธิสั้นจะพิจารณาตัวเลือกหลายๆ ทาง พวกเขาจะไม่ยึดติดกับทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง ทำให้พวกเขาเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เสมอ 

3. ความกระตือรือร้นและความเป็นธรรมชาติ - เด็กที่มีภาวะซนสมาธิสั้นมักไม่ค่อยน่าเบื่อ พวกเขาสนใจในสิ่งต่าง ๆ มากมายและมีบุคลิกที่มีชีวิตชีวา  

4. พลังงานและการขับเคลื่อน – เด็กสมาธิสั้นมักจะมีแรงจูงใจ พวกเขาจะทำงานหรือเล่นอย่างหนักและมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ และอาจเป็นเรื่องยากที่จะหันเหความสนใจของพวกเขาออกจากงานที่พวกเขาสนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากิจกรรมนั้นมีการโต้ตอบหรือลงมือทำ (Smith Melinda, Robinson Lawrence M.A., & Segal Jeanne, 2019: ออนไลน์) 

ข้อดีของโรคสมาธิสั้น 

เทคนิคที่ 1 คือ ลดสิ่งเร้าเพราะสิ่งเร้า เช่น ในสิ่งแวดล้อมที่เสียงดัง สีสันที่ฉูดฉาด เป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้สมาธิของลูกน้อยลง  

เทคนิคที่ 2 เฝ้ากระตุ้นผู้ปกครอง และครูต้องร่วมกันอย่างใกล้ชิด คอยติดตามและตักเตือน เนื่องจากเด็กเล็กไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ 

เทคนิคที่ 3 หนุนจิตใจชื่นชมเด็กเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ดี หรือมีความสำเร็จเล็ก ๆ ควรเปิดโอกาสให้เด็กคิด ช่วยเด็กหาวิธีแก้ไขจุดอ่อน ไม่พูดคำว่า “อย่าทำ” “อย่าไป” “หยุดเดี๋ยวนี้” เพราะเมื่อได้รับแต่คำตำหนิติเตียน เด็กจะหมดความมั่นใจและไม่เคารพตัวเอง ไม่กล้าคิด และจะรอฟังคำสั่งและทำตามที่ถูกสั่งเท่านั้น 

เทคนิคที่ 4 ให้รางวัลเด็กที่สมาธิบกพร่อง มักจะเบื่อ และขาดความอดทน แต่หากมีรางวัลตามมา เด็กจะรู้สึกท้าทาย และมีแรงจูงใจในการทางานมากขึ้น และควรเปลี่ยนรางวัลบ่อยๆ เพื่อให้เด็กได้สนุก และสนใจ 

เทคนิคที่ 5 ระวังพูดจาไม่พูดมากหรือบ่น ไม่เหน็บแนม ประชดประชัน ไม่ติเตียนกล่าวโทษ บอกกับเด็กสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าต้องการให้ทำอะไร หากเด็กไม่ทำตามคำสั่ง พ่อแม่ควรใช้วิธีเดินเข้าไปหา จับมือ แขน หรือบ่า สบตาเด็ก พูดสั้น ๆ จากนั้นให้เด็กพูดทวน หากเด็กไม่ทำก็พาไปทำด้วยกัน 

เทคนิคที่ 6 หาสิ่งดี ผู้ปกครองและครู ควรเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เด็กไม่ได้ตั้งใจทำตัวให้มีปัญหา แต่เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของสมอง ทำให้ควบคุมตัวลำบาก หยุดตัวเองได้ยาก และไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้ คิดถึงความน่ารัก และความดีในตัวเด็กและตัวเราเอง 

เทคนิคที่ 7 มีขอบเขตโดยมีตารางเวลาหรือรายการสิ่งที่ต้องทำ เพื่อให้เด็กรับรู้ขีดจำกัด และช่วยควบคุมให้เด็กทำตามง่ายขึ้น ไม่ปล่อยปละละเลย หรือตามใจมากเกินไป เพื่อไม่ให้เด็กสับสนและผัดผ่อนต่อรองบ่อย ๆ อย่าปล่อยให้เด็กวางเงื่อนไขเรา เราต้องวางเงื่อนไขเด็ก (Suvetwethin Donnaya, 2561: ออนไลน์) 

โปรแกรมฝึกสมองช่วยรักษาโรคสมาธิสั้นได้อย่างไร  

โปรแกรมฝึกสมองจะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดอาการและพฤติกรรมต่างๆ  โดยการฝึกจะช่วยกระตุ้นสมองส่วน Prefrontal cortex ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมทักษะในการบริหารจัดการ (การใช้สมาธิ, การวางแผน, การควบคุมตนเอง, การจดจำและการลำดับความสำคัญ), ช่วยให้เด็กเรียนรู้และปรับพฤติกรรมที่ไม่ดี, จดจ่อและใช้สมาธิมากขึ้น, ทำงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้สมองได้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอจะทำให้สมองเสื่อมถอยน้อยลง มีความจำที่ดี และลดโอกาสในการเป็นอัลไซเมอร์ 

 

shutterstock_570683881.jpg

สมาธิสั้น

ADHD

BRAIN AND LIFE CENTER

ชั้น 33 อาคารพญาไทพลาซ่า แขวงทุ่งพญาไท

เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

✆    061-391-5559, 02-612-9121✉   contact@brainandlifecenter.com

© 2018 | Brain and Life Center