ภาวะบาดเจ็บทางสมอง

(Traumatic Brain Injury: TBI)

ภาวะบาดเจ็บทางสมอง

 

        ภาวะบาดเจ็บทางสมอง (Traumatic Brain Injury) หรืออาจเรียกว่า การบาดเจ็บที่ศีรษะ หมายถึง การบาดเจ็บใดๆ ที่มีต่อหนังศีรษะ กะโหลกศีรษะ และเนื้อเยื่อที่เป็ฯส่วนประกอบภายในกะโหลกศีรษะ อาจทำให้มีหรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว (โรงพยาบาลกรุงเทพ: ออนไลน์) ซึ่งอาการสำคัญที่ต้องสังเกตหลังเกิดภาวะบาดเจ็บที่ศีรษะ ได้แก่

  • ระดับความรู้สึกตัว (Conscious level) ไม่เหมือนเดิม เช่น ปลุกไม่ตื่น ซึม  เรียกไม่ค่อยรู้สึกตัว มีอาการเอะอะโวยวาย ทำตามคำสั่งไม่ได้ 

  • แขน – ขา อ่อนแรง (Weakness) หรือเดินไม่เหมือนเดิม 

  • ชัก (Convulsion) หรือมีอาการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อ 

  • ตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัด หรือมองเห็นภาพซ้อน 

  • ปวดศีรษะ (Headache) หรือมึนศีรษะมากขึ้นกว่าเดิม และไม่ดีขึ้นหลังจากทานยาแก้ปวดแล้ว 2 ชั่วโมง 

  • คลื่นไส้ อาเจียน (Nausea/Vomiting) 

  • ความจำ (Cognitive) หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป (Behavior change) 

  • การนอนหลับผิดไปจากเดิม  

อาการต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าสมองได้รับการบาดเจ็บควรรีบไปพบแพทย์ทันที  

ระดับของอาการบาดเจ็บทางสมอง มีดังนี้ 

1. อาการการบาดเจ็บทางสมองอย่างอ่อน (Glasgow Coma Scale score 13-15) เกิดขึ้นเมื่อ: 

        การหมดสติซึ่งสั้นมากโดยปกติจะใช้เวลาไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที  

การหมดสติไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้น แต่บุคคลนั้นอาจมึนงงหรือสับสน 

การทดสอบหรือสแกนสมองอาจดูปกติ 

การบาดเจ็บของสมองมีเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะได้รับการวินิจฉัยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพจิตใจในเวลาที่ได้รับบาดเจ็บ กล่าวคือ บุคคลนั้นมีอาการมึนงง สับสนหรือหมดสติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพจิตใจบ่งชี้ว่าการทำงานของสมองของบุคคลนั้นถูกเปลี่ยนแปลงซึ่งเรียกว่าการถูกกระทบกระแทก 

2. อาการการบาดเจ็บทางสมองระดับปานกลาง (Glasgow Coma Scale core 9-12) เกิดขึ้นเมื่อ: 

        การบาดเจ็บที่สมองส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการบาดเจ็บที่ศีรษะปานกลางและเล็กน้อย การบาดเจ็บดังกล่าวมักเกิดจากการกระแทกที่ศีรษะและ / หรือการสั่นศีรษะอย่างรุนแรง โชคดีที่มีหลายคนที่รักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ อย่างไรก็ตามสำหรับคนอื่น ๆ การบาดเจ็บดังกล่าวส่งผลให้มีการปิดใช้งานตลอดชีวิต 

การหมดสติ ไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง 

ความสับสน จากวันเป็นสัปดาห์ 

ความบกพร่องทางร่างกาย ความรู้ความเข้าใจ และ / หรือพฤติกรรมเป็นเวลานานหลายเดือนหรือถาวร 

คนที่มีอาการบาดเจ็บที่สมองบาดแผลปานกลางสามารถกู้คืนควาทรงจำได้จากการรักษาหรือการได้รับการดูลที่ดี เพื่อจะทดแทนสิ่งที่หายไป 

3. อาการบาดเจ็บทางสมองอย่างรุนแรง 

        การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงมักเกิดจากการกดหรือกระแทกบาดแผลที่ศีรษะ การบาดเจ็บดังกล่าว เป็นการบดขยี้ ฉีก และตัดเนื้อเยื่อสมองที่บอบบาง อาการบาดเจ็บดังกล่าวเป็นสิ่งที่คุกคามชีวิตมากที่สุดและเป็นการบาดเจ็บประเภทที่บาดเจ็บได้ยากที่สุดในสมอง บ่อยครั้งที่การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงส่งผลให้กะโหลกศีรษะถูกบี้หรือร้าวอย่างรุนแรง การรักษามักจะต้องรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน และต้องฟื้นฟูสมรรถภาพในหลายๆ ด้าน โดยทั่วไปการฟื้นฟูสมรรถภาพจะไม่ทำให้ผู้ป่วยกลับไปเป็นเหมือนก่อนการได้รับการบาดเจ็บทางสมองร้อยเปอร์เซ็น การบาดเจ็บทางสมองสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นหรือระยะยาวการทำงานที่หลากหลายที่มีผลต่อการคิดความรู้สึกภาษาหรืออารมณ์นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดโรคลมชัก และเพิ่มความเสี่ยงโรคอื่นๆ เช่น โรคสมองเสื่อม, โรคพาร์กินสัน และสมองผิดปกติอื่น ๆ  ซึ่งจะพบมากเมื่ออายุเพิ่มขึ้น (Brain Injury Association of America, ,มปป.: ออนไลน์) 

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทางสมอง

 

1.  ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะได้รับบาดเจ็บทางสมองมากกว่าผู้หญิง และยังมีแนวโน้มที่จะมีการบาดเจ็บที่สมองรุนแรง เนื่องจากกิจกรรมที่ทำและการใช้ชีวิต  

2.  ผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงมากที่สุดในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตจากการบาดเจ็บที่สมอง อาจเกิดจากอุบัติเหตุ การสะดุดล้ม หรือหกล้ม เป็นต้น 

3. เด็กโดยเฉพาะเด็กแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ เนื่องจากกะโหลกศีรษะยังไม่พัฒนาแข็งแรงอย่างเต็มที่ จึงควรระมัดระวังอย่างมากเพราะจะส่งผลไปถึงตอนโต 

4. วัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี ถึง 24 ปี เนื่องจากการใช้ชีวิตที่อาจมีความโลดโผนกว่าวัยอื่นๆ (mayo clinic, 2019: ออนไลน์)  

อะไรคือสาเหตุของภาวะบาดเจ็บทางสมอง

        ภาวะบาดเจ็บทางสมองขึ้นอยู่กับประเภทของอาการบาดเจ็บ และสาเหตุ ซึ่งการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นล้วนแต่มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไปตามการวินิจฉัยของแพทย์ สาเหตุของการบาดเจ็บทางสมองที่พบได้บ่อย มีดังนี้ 

- สาเหตุทั่วไปบางประการที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บทางสมอง 

  • การหกล้ม เป็นสิ่งที่พบมากที่สุดในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไป 

  • ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พบมากที่สุดในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น 

  • ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา 

  • โดนกระแทกจากวัตถุบางอย่าง 

  • การถูกล่วงละเมิดในเด็ก พบบ่อยที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี 

  • การบาดเจ็บจากระเบิดเนื่องจากการระเบิด 

- สาเหตุบางประการจากการบาดเจ็บทางสมองจากการโดนเจาะหรือทะลุ 

  • โดนกระสุนหรือสะเก็ต 

  • โดนอาวุธ เช่น ค้อน มีด หรือไม้เบสบอล 

  • การบาดเจ็บที่ศีรษะซึ่งเป็นสาเหตุให้กระดูกทะลุกะโหลก 

อุบัติเหตุบางอย่าง เช่น การระเบิด ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือเหตุการณ์รุนแรงอื่นๆ อาจเกิดจากสาเหตุทั่วไปหรือจากการโดนเจาะในบุคคลเดียวกัน (MedlinePlus, 2018: ออนไลน์) 

การอยู่ร่วมกับอาการบาดเจ็บทางสมอง 

        การบาดเจ็บประเภทนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว อาจส่งผลต่อความคิด อารมณ์ หรือความสามารถในการคิด การมองเห็น หรือการได้ยิน หากรุนแรงมากผู้ป่วยอาจต้องได้รับการช่วยเหลือในการใช้ชีวิตประจำวัน  

- ป้องกันศีรษะของคุณ ระมัดระวังไม่ให้ศีรษะของคุณได้รับบาดเจ็บเพิ่ม  

- เป็นไปอย่างช้าๆ พักผ่อนให้เต็มที่และใช้เวลาในการรักษาสมอง สมองจะฟื้นตัวช้า อย่าขับรถหรือปั่นจักรยานจนกว่าแพทย์จะอนุญาต ผู้ป่วยอาจมีปฏิกิริยาตอบสนองช้าหลังจากได้รับบาดเจ็บที่สมอง 

- ใช้เครื่องช่วยจำ ใช้โน้ต กระดานไวท์บอร์ด นาฬิกาปลุก ปฏิทิน และโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้จดจำเหตุการณ์หรือกิจกรรมที่สำคัญ  

- ประเมินและปรับงานที่ทำหรืองานในการเรียน ขึ้นอยู่กับความผิดปกติของคุณ นายจ้างหรือโรงเรียนของคุณอาจหาที่พักให้คุณทำงานต่อไปได้ พิจารณาตัวเลือกที่มีตารางเวลาที่ยืดหยุ่นหรืองานนอกเวลาเพื่อลดความฟุ้งซ่าน และทำรายการ "สิ่งที่ต้องทำ" รายวัน จดบันทึกหรือขอให้ใช้เครื่องบันทึกเทปเพื่อช่วยให้คุณจำสิ่งต่าง ๆ ได้  

- ได้รับการสนับสนุน ลองเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนท้องถิ่นหรือค้นหากลุ่มออนไลน์ เพื่อแบ่งปันเรื่องราวของคุณและเรียนรู้วิธีที่ผู้ป่วยคนอื่นจัดการกับตนเอง (stanfordchildrens, มปป.: ออนไลน์) 

โปรแกรมฝึกสมองสำหรับผู้ที่สมองได้รับบาดเจ็บ Brain Injuries

        บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บทางสมอง ไม่ว่าจะได้รับบาดเจ็บเพราะอุบัติเหตุ, การเจ็บป่วยหรือขณะเล่นกีฬา จะทำให้สมองมีความผิดปกติและทำงานได้ไม่เต็มที่ ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่สมองภายหลังจากการได้รับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการผ่าตัด หรือวิธีการอื่นมักมีความยากลำบากในการคิด, ความจำไม่ดี, จดจ่อ, ใช้สมาธิลำบาก และส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งคือด้านการประมวลผลข้อมูล  การกระตุ้นสมองให้ได้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สมองสามารถพัฒนาด้านการคิด การใช้เหตุผล และกระบวนการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับความจำได้ดียิ่งขึ้น 

Brain Training Program สามารถช่วยกระตุ้น และพัฒนาสมองให้มีความแข็งแรงได้ด้วยโปรแกรมการฝึกสมองที่ได้รับการรับรองจาก BrainRx ซึ่งเป็นศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพสมองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะทางกระบวนการคิดต่างๆ เช่น ทักษะการเรียนรู้, การอ่าน, ความจำและการใช้สมาธิเพื่อที่จะทำให้สามารถใช้ศักยภาพของสมองได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะใช้ในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในประจำวัน 

 

 

อ้างอิง: https://www.bangkokhospital.com/sites/default/files/traumatic_brain_pathway_th.pdf 

อ้างอิง: https://medlineplus.gov/traumaticbraininjury.html 

อ้างอิง: https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/traumatic-brain-injury/symptoms-causes/syc-20378557 

อ้างอิง: https://biau.org/types-and-levels-of-brain-injury/ 

อ้างอิง: https://www.stanfordchildrens.org/en/topic/default?id=traumatic-brain-injury-134-20 

การบาดเจ็บทางสมอง

BRAIN AND LIFE CENTER

ชั้น 33 อาคารพญาไทพลาซ่า แขวงทุ่งพญาไท

เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

✆    061-391-5559, 02-612-9121✉   contact@brainandlifecenter.com

© 2018 | Brain and Life Center