โรคซึมเศร้า

Depression

Dyscalculia

โปรแกรมฝึกสมองสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการคำนวณ

 

Dyscalculia คืออะไร ?

 

Dyscalculia หรือ Math dyslexia คือความบกพร่องทางด้านคณิตศาสตร์และการคิดคำนวณ ผู้ที่มีอาการจะไม่สามารถแปลสัญลักษณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขได้ มักมีปัญหาในการคำนวณเช่น การบวก ลบ คูณ หาร เด็กที่มีอาการจะสับสนเกี่ยวกับตัวเลขและสัญลักษณ์ ทำให้ไม่สามารถทำการบ้านหรืองานที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ได้

 

Dyscalculia มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับทักษะด้านตัวเลขและการคำนวณ ทำให้การรับรู้และประมวลผลข้อมูลเป็นไปได้ยาก สัดส่วนของผู้ที่เป็นโรคพบประมาณ 3-6% ในโรงเรียน โดยสามารถพบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง

 

การฝึกสมองสามารถช่วยปรับปรุงทักษะด้านการคำนวณได้

การฝึกสมองและออกกำลังกายสมองด้วยโปรแกรมต่างๆที่ Brain and Life Center จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมองและการเชื่อมต่อกันของเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับทักษะด้านตัวเลขและการคำนวณให้ดียิ่งขึ้น โดยโปรแกรมของเราได้รับการรองรับจาก BrainRx ศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพสมองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการวิจัยรองรับมายาวนานกว่า 10 ปีโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ และมีการวัดทักษะทางการคิดของผู้เข้าร่วมโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้จริงหลายหมื่นคน

โรคซึมเศร้า

 

ความหมาย

        โรคซึมเศร้าเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติทางอารมณ์ที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน อาการของโรคมีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรงและเรื้อรัง ซึ่งเป็นอุปสรรคที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต, การทำงาน, การใช้ชีวิตที่บ้านและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม สาเหตุของการเกิดโรคคือความเครียดสะสมบวกกับความคิดหรือความรู้สึกในแง่ลบ การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้คือการทำจิตบำบัด

สาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า 

        โรคซึมเศร้าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันทั้งทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม แต่ปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด โดยส่วนใหญ่คาดว่าโรคซึมเศร้าเกิดจากการทำงานไม่สมดุลของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อมไร้ท่อโดยเฉพาะ hypothalamopituitary adrenal axis (HPA) ซึ่งจะทำงานมากผิดปกติ ทำให้ระดับ cortisol สูงขึ้น เกิดความผิดปกติของวงจร circadian rhythm ในร่างกาย ทำให้สารสื่อประสาทชนิด serotonin, noradrenaline และ dopamine  ทำงานได้ลดลง ร่วมกับเกิดพยาธิสภาพที่บริเวณสมองส่วนหน้า และส่วน limbic system โดยพบว่ามีการลดจำนวนและความหนาแน่นของ glial cells และ synaptic connectivity  ในบริเวณสมองส่วนหน้า ส่งผลให้สมองส่วนดังกล่าวทำงานได้ลดลง ทำให้เกิดอาการของโรคซึมเศร้า   

โรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้กระทั่งกับคนที่อยู่ในสถานะการณ์ที่ดูปกติ ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้ามีดังนี้ (Parekh Ranna, 2017: ออนไลน์) 

1. ปัจจัยทางชีวเคมี: ความแตกต่างของสารเคมีบางอย่างในสมองอาจนำไปสู่อาการของภาวะซึมเศร้า 

2. ปัจจัยด้านพันธุกรรม: ภาวะซึมเศร้าสามารถทำงานในครอบครัว ตัวอย่างเช่น หากแฝดที่เหมือนกันคนหนึ่งเป็นโรคซึมเศร้า อีกคนหนึ่งมีโอกาส 70 เปอร์เซ็นต์ที่จะมีอาการป่วยเช่นกัน 

3. ปัจจัยด้านบุคลิกภาพ: คนที่มีความนับถือตนเองต่ำ ผู้ที่มีความเครียดได้ง่าย หรือผู้ที่มองโลกในแง่ร้ายมักมีแนวโน้มที่จะประสบกับโรคซึมเศร้า 

4. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม: การสัมผัสกับความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง การถูกทอดทิ้ง การถูกละเมิด หรือความยากจน อาจทำให้บางคนมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 

อาการแสดง

        อาการหลักคือ อารมณ์ทางลบ ได้แก่ อารมณ์เศร้า หดหู่ ไม่สดชื่น ไม่ร่าเริง หม่นหมอง และอาการทางบวกลดลงหรือหายไป ได้แก่ การขาดความสนใจ ขาดความมั่นใจ ขาดความมุ่งมั่น ไม่มีความกระตือรือร้น ไม่มีแรงจูงใจ ไร้ความหวัง ไม่มีความไม่มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน ไม่มีความชื่นชม ไม่ยินดียินร้าย ไม่รู้สึกสนใจหรือเป็นสุขกับสิ่งที่เคยรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นกิจวัตรประจำวันที่เคยทำหรืองานอดิเรก แยกตัว ไม่เข้าสังคม ไม่อยากพบปะพูดคุย ไม่ตอบสนองความชอบหรือความพึงพอใจอย่างเช่นเคย 

อาการร่วมอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ความสามารถความคิด ความจำลดลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากสมาธิและความตั้งใจลดลง ลังเล ขาดความมั่นใจ รู้สึกคุณค่าในตนเองลดลงหรือไม่มีคุณค่า รู้สึกผิดโดยไม่สมเหตุสมผล มืดมน สิ้นหวัง หรือมีความคิดวนเวียนเกี่ยวกันการตาย อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการนอน พฤติกรรมการกิน น้ำหนัก เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เคลื่อนไหวเชื่องช้า เฉี่อยชา การแสดงออกทางสีหน้าและการเคลื่อนไหวเหมือนกับไม่มีชีวิตจิตใจ หากรุนแรงอาจไม่มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก แต่ในบางรายอาจมีอาการตรงกันข้าม เช่น  กระวนกระวาน นั่งไม่ติด กระสับกระส่าย ผุดลุกผิดนั่ง  ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายและมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็น Bipolar ในอนาคต 

ผู้ป่วยที่มีโรคดังต่อไปนี้ อาจมีอาการแย่ลงหากมีโรคซึมเศร้าร่วมด้วย: 

  • โรคไขข้อ (arthritis) 

  • โรคหอบหืด (asthma) 

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular disease) 

  • โรคมะเร็ง (cancer) 

  • โรคเบาหวาน (diabetes) 

  • โรคอ้วน (obesity) 

โรคซึมเศร้านั้นเป็นภาวะทางการแพทย์ที่ร้ายแรง ซึ่งอาการจะแย่ลงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ที่ได้รับการรักษามักจะอาการดีขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ (J. Legg Timothy, 2019: ออนไลน์) 

อาการซึมเศร้านั้นแตกต่างจากความเศร้า หรือความโศกเศร้า / การสูญเสีย 

        การสูญเสียคนที่รัก การสูญเสียงาน หรือความสัมพันธ์ที่จบลงนั้นเป็นประสบการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีความรู้สึกเศร้า (Sadness) หรือโศกเศร้า (Grief) ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ผู้ที่ประสบกับความสูญเสียบ่อยครั้งอาจบอกว่าตนเองเป็น "ซึมเศร้า" แต่ความเศร้า (Sadness) นั้นไม่เหมือนกับซึมเศร้า (Depression) กระบวนการโศกเศร้า (Grieving) เป็นเรื่องธรรมชาติและมีความเฉพาะ แม้จะมีคุณลักษณะที่คล้ายกับซึมเศร้า (Depression)  ทั้งความโศกเศร้า (Grief) และซึมเศร้า (Depression) อาจสัมพันธ์กับความเศร้า (Sadness) และการแยกตัวจากกิจวัตรปกติ แต่ทั้งสามอย่างก็ยังมีความแตกต่างกันในหลายทาง เช่น 

  • ในความโศกเศร้า (Grief) ความรู้สึกเจ็บปวดมักจะผสมกับความทรงจำด้านดีๆ ของผู้ที่จากไป ในภาวะซึมเศร้า (major depression) อารมณ์ และ / หรือความสนใจ (ความสุข) จะลดลงเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ 

  • ในความโศกเศร้า (Grief) มักจะยังมีความนับถือตนเอง แต่ซึมเศร้า (Depression) ความรู้สึกไร้ค่าและความเกลียดชังตนเองเป็นเรื่องปกติ 

  • สำหรับบางคนความตายของคนที่คุณรักสามารถนำมาซึ่งภาวะซึมเศร้า (major depression)  การสูญเสียงาน หรือตกเป็นเหยื่อของการทำร้ายร่างกาย หรือภัยพิบัติครั้งใหญ่อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า  

หากบุคคลมีความโศกเศร้า (Grief) ร่วมกับภาวะซึมเศร้า (Depression)  จะทำให้ความโศกเศร้า (Grief) จะมีความรุนแรงและจะยาวนานกว่าบุคคลที่มีความโศกเศร้าหรือซึมเศร้าเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้จะมีความซ้อนทับกันระหว่างความโศกเศร้าและซึมเศร้า แต่ทั้งสองอย่างก็แตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างนี้ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสม (Parekh Ranna, 2017: ออนไลน์) 

อาการซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่น 

        อาการและการแสดงอาการทั่วไปของภาวะซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นมีความคล้ายคลึงกับผู้ใหญ่ แต่อาจมีความแตกต่างบางอย่าง (Mayo Clinic, 2018: ออนไลน์) 

  • ในเด็กเล็ก อาการซึมเศร้า (Depression) อาจรวมถึง ความเศร้า (Sadness), ความหงุดหงิด (Irritability), การเรียกร้องความสนใจ (Clinginess), ความวิตกกังวล, ปวดเมื่อยและความเจ็บปวด อาจรวมถึงการไม่ยอมไปโรงเรียนหรือมีน้ำหนักน้อย 

  • ในวัยรุ่น อาการอาจรวมถึงความเศร้า (Sadness), ความวิตกกังวล, ความรู้สึกด้านลบ, ความรู้สึกไร้ค่า, ความโกรธ, ประสิทธิภาพในด้านการคิดและการทำงานลดต่ำลง หรือการเข้าเรียนที่โรงเรียนไม่ดี ความเข้าใจผิดและมีความอ่อนไหวทางอารมณ์ ใช้ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารหรือนอนมากเกินไป ทำร้ายตนเอง สูญเสียความสนใจในการทำกิจวัตรที่ทำเป็นปกติ และหลีกเลี่ยงการเขาสังคม  

อาการซึมเศร้าในผู้ใหญ่ 

        อาการซึมเศร้าไม่ใช่อาการปกติเมื่อบุคคลอายุเพิ่มขึ้น น่าเสียดายที่โรคซึมเศร้ามักจะไม่ได้รับการวินิจฉัยและไม่ได้รับการรักษาในผู้สูงอายุ และพวกเขาอาจรู้สึกลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ อาการของภาวะซึมเศร้าอาจแตกต่างกัน หรือไม่แสดงอาการอย่างเด่นชัดในผู้สูงอายุเช่น: 

  • ปัญหาด้านความจำหรือการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกภาพ 

  • ปวดเมื่อยทางกายภาพหรืออาการเจ็บป่วย 

  • ความเหนื่อยล้า เบื่ออาหาร ปัญหาการนอนหลับ หรือการสูญเสียความต้องการทางเพศ (ไม่ได้เกิดจากเงื่อนไขทางการแพทย์หรือการรับประทานยา) 

  • มักจะต้องการอยู่บ้านมากกว่าออกไปสังสรรค์หรือทำสิ่งใหม่ 

  • การคิดฆ่าตัวตาย หรือ รู้สึกอยากตาย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุเพศชาย 

การประเมิน  

        การประเมินอาการซึมเศร้าสามารถทำตามแนวทางการดูแลโรคซึมเศร้าของกรมสุขภาพจิต โดยใช้แบบคัดกรองโรคซึมเศร้าอย่างง่าย 2Q, 9Q  และ 8Q 

การป้องกัน 

        การป้องกันโรคซึมเศร้าที่ดีที่สุดคือการรักษาสมดุลในการใช้ชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นปัจจัยบั่นทอนอารมณ์ เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ, ใช้เทคโนโลยีเยอะเกินไป เช่น ติดสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ท, ความเครียดจากงานและภาระครอบครัว, ปัญหาจราจรติดขัด และปัจจัยอื่นๆอีกมากมายที่เราต้องพบเจอเป็นประจำ ทำให้ต้องเผชิญกับความเครียด หากเราไม่มีวิธีจัดการกับอารมณ์ที่ถูกต้องและเหมาะสม สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ 

        เนื่องจากโรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของระบบสารสื่อประสาท เกี่ยวข้องกับระบบประสาทและสมอง อาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีความคิดและความจำที่แย่ลงทั้งจากตัวโรคหรือจากผลข้างเคียงของยารักษา ถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะอาการดีขึ้นจากโรคซึมเศร้าแล้ว แต่ระบบประสาทและสมองของผู้ป่วยก็ยังไม่ดีอย่างที่เคย จึงควรฟื้นฟูและพัฒนาระบบประสาทและสมองควบคู่ไปด้วย โดยโปรแกรมการฝึกสมองของ Brain and life center จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์สมองและเชื่อมต่อเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยให้การทำงานของสมองดีขึ้นไปพร้อมกับการรักษาโรคซึมเศร้าจากทางแพทย์ 

 

อ้างอิง: https://www.psychiatry.org/patients-families/depression/what-is-depression 

อ้างอิง: https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/depression/symptoms-causes/syc-20356007 

อ้างอิง: https://www.healthline.com/health/depression 

shutterstock_549090334.jpg

BRAIN AND LIFE CENTER

ชั้น 33 อาคารพญาไทพลาซ่า แขวงทุ่งพญาไท

เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

✆    061-391-5559, 02-612-9121✉   contact@brainandlifecenter.com

© 2018 | Brain and Life Center