หลักสูตรพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และตีความ

ทักษะการคิดวิเคราะห์และตีความ

วัยเด็กเป็นช่วงวัยที่ร่างกาย อารมณ์ สังคม และความคิดอยู่ในช่วงของการพัฒนา การที่เด็กจะสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นบุคคลที่สมบูรณ์พร้อม มีความรอบรู้ ฉลาดสมวัย และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีนั้น เกิดจากปัจจัยหลายด้านเป็นตัวส่งเสริม ทั้งด้านครอบครัว สังคม สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย การเลี้ยงดู  ทัศนคติ เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการ และทักษะที่ดีในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะทักษะที่สำคัญ คือ ทักษะทางด้านตรรกะและเหตุผล  (Logic & Reasoning) เป็นความสามารถในการให้เหตุผล การกำหนดหลักการ และแก้ปัญหาที่ไม่เคยเจอหรือไม่คุ้นเคยโดยใช้ความรู้หรือประสบการณ์เดิม ซึ่งทักษะดังกล่าวจะช่วยให้เด็กมีความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์ ตีความ และเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ของเด็ก ทั้งการแก้ปัญหา ตัดสินใจ รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ เป็นรากฐานของความสามารถและยังส่งผลต่อความสำเร็จในด้านวิชาการของเด็กนอกเหนือไปจากทักษะที่สำคัญอื่น ๆ

เมื่อลูกมีไม่กล้าคิดเอง

หากทักษะด้านนี้อ่อนหรือบกพร่อง จะส่งผลต่อความสามารถการแก้ปัญหาด้านคณิตศาสตร์ เช่น การบวกลบคูณหาร การใช้ความรู้ทางสถิติ รูปทรงเรขาคณิต มีปัญหาในการถ่ายโอนข้อมูลการเรียนรู้ มีปัญหาในการอ่านซึ่งจะส่งผลระยะยาวต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น ไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เด็กมีความรู้สึึกเห็นคุณค่าในตนเองน้อยลง ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าคิดและทำในสิ่งต่าง ๆ จนกลายเป็นปัญหารอบด้าน ดังนั้นการพัฒนาทักษะทางด้านตรรกะและเหตุผล  (Logic & Reasoning) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้เด็กเติบโตสมวัย

ความสามารถในการใช้เหตุผลเป็นความสามารถที่พัฒนาขึ้นเมื่อเด็ก ๆ มีอิสระในการใช้เวลาด้วยตนเอง และสร้างกระบวนการคิดของพวกเขา ความสามารถในการให้เหตุผลนี้เกิดขึ้นในแต่ละช่วงอายุ ขึ้นอยู่กับความสามารถของเด็กแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามเด็กทุกคนก็มีความสามารถในการใช้เหตุและผลในตนเองทั้งนั้น  เด็กบางคนมีการเรียนรู้เกี่ยวกับการรู้จักใช้เหตุผลอย่างรวดเร็ว บางคนต้องใช้การกระทำซ้ำ ๆ เพื่อสร้างรูปแบบและตรรกะเชื่อมโยง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้ปกครองจะต้องให้ความเป็นอิสระในการคิดและตัดสินใจแก่เด็ก พยายามเชื่อใจ เนื่องจากการตัดสินใจของเด็กสามารถช่วยพัฒนาทักษะทางด้านตรรกะและเหตุผลของเด็กได้จากการที่เด็กพยายามที่จะหาคำตอบให้แก่ตนเองในเรื่องต่าง ๆ ในทางกลับกันหากเราไม่ไว้วางใจ และพยายามบอกทุกอย่าง ให้คำแนะนำตลอด ปลูกฝังความเชื่อ ถ่ายทอดประสบการณ์ และกลยุทธ์ วิธีการของตนให้แก่เด็ก จะทำให้เด็กต้องพึ่งพาผู้อื่นในการคิด ไม่สามารถคิดได้ด้วยตนเอง ไม่สามารถตอบตนเองถึงสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแท้จริง เนื่องจากกระบวนการคิด วิเคราะห์ไม่ได้เกิดขึ้น

ทำอย่างไรลูกถึงจะคิดเก่ง

การพัฒนาทักษะทางด้านตรรกะและเหตุผล (Logic & Reasoning) สามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน แต่ประสบการณ์จะเป็นตัวช่วยให้ทักษะทางด้านตรรกะและเหตุผลของเด็กเติบโตขึ้น ประสบการณ์การเรียนรู้ของตัวเด็กจะทำให้เด็กได้รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล ตรวจสอบ สังเกต วิเคราะห์ข้อมูล และแก้ปัญหา เราจะสามารถช่วยเด็กในการพัฒนาทักษะดังกล่าวได้ดังนี้                

01

การคิดเป็นระบบ

การคิดอย่างเป็นระบบจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการถามให้คิดเป็นระยะ เช่น “ แล้วลูกคิดว่าอย่างไร ” “ แล้วถ้าเป็นแบบนี้จะได้ไหม ” พยายามหลีกเลี่ยงคำว่า “ ผิด ” กับ ” ไม่ใช่ ” แต่ให้บอกว่า “ ลองดูใหม่อีกที ” สร้างความมั่นใจให้เด็กกล้าคิด เมื่อมั่นใจแล้วช่วงหลังจะมีคำว่า ผิดบ้างก็คงไม่เป็นไร เพราะหากเด็กไม่เคยผิดเลยจะทำให้ปรับตัวในสังคมได้ลำบาก (เรียนรู้จากการผิดพลาด) กระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเด็กต้องผ่านการทดลองลงมือทำ เพื่อให้เห็นว่าเหตุอย่างไรทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนนั้น และคิดย้อนกลับได้ว่าผลลัพธ์แบบนี้เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้เด็กเผชิญความยากลำบากหรือเรียนรู้ ได้คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง แต่ถ้าเด็กพยายามแล้วแก้ไขไม่ได้ ก็ต้องเข้าไปชี้แนะด้วย

02

ความคิดสร้างสรรค์์

การมีจินตนาการเป็นสิ่งที่ติดตัวเด็กมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว เพียงรักษาไว้ ให้โอกาสเด็กได้แสดงออกอย่างอิสระ สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่หายไป การเล่น คือการแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ เป็นช่วงเวลาที่เด็กได้สำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว หาสาเหตุ และผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น หากกลิ้งหินสองลูกพร้อมกันจะเกิดอะไรขึ้น หรือจะวางบล็อกบนยอดอย่างไรให้สมดุล เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กได้เกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหา จึงไม่ใช่แค่ความสนุกแต่อย่างใด ผู้ปกครองอาจมองดูอยู่ห่าง ๆ และคอยให้คำแนะนำเมื่อเด็กต้องการ คอยสังเกตการเล่น สิ่งที่เด็กสนใจ นำมาต่อยอดในการทำกิจกรรมร่วมกัน คิดวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดและทักษะการใช้เหตุผลที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งกิจกรรมเหล่านี้ยังช่วยส่งเสริมสัมพันธภาพในครอบครัวอีกด้วย

03

ความคิดเชิงบวก

เด็กจะคิดเชิงบวกได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัย หากพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวัน เด็กต้องอยู่ในความเครียดตลอดเวลา จะให้เด็กมีความคิดในแง่ดีคงเป็นไปได้ยาก เพราะมีแต่ความหวั่นไหว หวาดกลัวตลอดเวลา การฝึกให้เด็กรู้ว่าทุกอย่างมีทั้งด้านบวกและด้านลบ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับมุมมองความคิดว่าจะมองด้านไหน คิดด้านไหน สิ่งต่าง ๆ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนมีหลายมุมมองและแง่คิด สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุและผลเป็นองค์ประกอบจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะช่วยให้เด็กรู้จักการคิดวิเคราะห์ และมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ไม่มองสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงด้านเดียว

จะเห็นได้ว่าทักษะทางด้านตรรกะและเหตุผล  (Logic & Reasoning) เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยด้วยกันและผู้ที่สามารถสิ่งเสริมกระบวนการดังกล่าวให้แก่เด็กได้มากที่สุดก็คือ ครอบครัว ทั้งนี้กระบวกการทั้งสามกระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการได้รับการกระตุ้นและฝึกฝนเช่นกัน

Brain and Life Center คืออะไร?

"Brain and Life Center" เป็นศูนย์พัฒนาสมองและศักยภาพแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจาก BrainRx ซึ่งเป็นศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพสมองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเราพัฒนาทักษะทางกระบวนการคิดต่างๆ เช่น ทักษะการเรียนรู้, การอ่าน, ความจำและการใช้สมาธิเพื่อที่จะทำให้สามารถใช้ศักยภาพของสมองได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะใช้ในการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตในประจำวัน ให้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป  ซึ่งทาง Brain and life center มีโปรแกรมที่เรียกว่า Brain training ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยพัฒนาทักษะทางกระบวนการคิด ทั้ง 7 ด้าน ดังนี้

1. ทักษะด้านความจำระยะยาว (Long-term Memory) 

2. ทักษะด้านความจำในการทำงาน (Working Memory) 

3. ทักษะด้านกระบวนการมองภาพ (Visual Processing) 

4. ทักษะด้านตรรกะและเหตุผล (Logic & Reasoning) 

5. ความเร็วในการประมวลผล (Processing Speed) 

6. ทักษะด้านกระบวนการได้ยินเสียง (Auditory Processing) 

7. ทักษะด้านภาษา (English Word Attack) 

 

Brain Training โปรแกรม

โปรแกรมการฝึกสมองจาก BrainRx จะช่วยพัฒนาศักยภาพทางการคิดให้ผู้เรียนอย่างสูงสุด ด้วยโปรแกรมการฝึก 2 รูปแบบ คือ one on one training และ digital training

1. One-On-One Training

เป็นการเทรนตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ผู้เรียนจะได้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้การคิด และทักษะด้านต่างๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะคล้ายกับการเล่นเกมส์มากกว่าการเรียน ทำให้ผู้เรียนมีความสนุกสนาน

2. Digital training

เป็นการเทรนด้วยโปรแกรมผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะทางการคิดเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสมรรถนะการเรียนรู้ของสมอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำตลอดการเทรน

ผู้เรียนจะต้องเทรนทั้ง 2 รูปแบบควบคู่กันไป เพื่อให้สมองของผู้เรียนมีการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลจากการเทรนทั้ง 2 รูปแบบนั้นจะทำให้ผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้

  1. ผู้เรียนมีความจำที่ดีขึ้น

  2. ผู้เรียนมีทักษะการใช้สายตาดีขึ้น

  3. ผู้เรียนมีการคิดเชิงตรรกะและเหตุผลมากขึ้น

  4. ผู้เรียนมีการประเมินผลที่เร็วขึ้น

  5. ผู้เรียนมีการรับรู้ทางการได้ยินและมองเห็นดีขึ้น

  6. ผู้เรียนมีสมาธิและความสามารถในการจดจ่อมากขึ้น

 

 

อ้างอิง:

https://parenting.firstcry.com/articles/reasoning-skills-in-young-toddlers/

http://www.siripenschool.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539729872&Ntype=11

https://www.hindustantimes.com/education/how-to-develop-logical-reasoning-in-a-child/story-uEGyE5qS4Wmz7mJ3mVodWL.html

BRAIN AND LIFE CENTER

ชั้น 33 อาคารพญาไทพลาซ่า แขวงทุ่งพญาไท

เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

✆    061-391-5559, 02-612-9121✉   contact@brainandlifecenter.com

© 2018 | Brain and Life Center