Brain BG
Slide

เตรียมความพร้อมให้สมอง ก่อนสอบเข้า

เตรียมความพร้อมให้สมอง ก่อนสอบเข้า

ความสำเร็จในสนามสอบ ไม่ได้วัดที่จำนวนชั่วโมงการอ่าน แต่เริ่มต้นที่ความพร้อมของระบบประมวลผล เตรียมศักยภาพสมองให้พร้อมรับมือกับทุกความซับซ้อน

ความสำเร็จในสนามสอบ ไม่ได้วัดที่จำนวนชั่วโมงการอ่าน แต่เริ่มต้นที่ความพร้อมของระบบประมวลผล เตรียมศักยภาพสมองให้พร้อมรับมือกับทุกความซับซ้อน

ลูกเตรียมตัวมาอย่างดี แต่การ สอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อ กำลังสร้างความกดดันเกินไปหรือเปล่า?

สอบไม่ทัน

การสอบแข่งขันเข้าศึกษาต่อ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญกับหลายครอบครัว แม้ลูกจะทุ่มเทอ่านหนังสือและตะลุยโจทย์อย่างหนัก แต่สิ่งที่คุณอาจสังเกตเห็นคือ “ความเหนื่อยล้าทางความคิด” เมื่อต้องเจอกับข้อสอบที่ซับซ้อน

การอัดเนื้อหาวิชาการเพียงอย่างเดียวอาจทำให้สมองถึงขีดจำกัด สิ่งที่พวกเขาต้องการในตอนนี้อาจไม่ใช่เวลาอ่านหนังสือที่นานขึ้น แต่คือการ เตรียมความพร้อมให้สมอง ก่อนสอบเข้า เพื่อให้เขาสามารถรับมือกับความกดดัน และดึงความรู้ออกมาใช้ได้อย่างไร้รอยต่อ

ความลับของสมอง ที่จะทำให้อ่านหนังสือได้เยอะขึ้น

ความลับของการสอบแข่งขัน ไม่ได้อยู่ที่การ “จำ” ข้อมูลได้มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมี ระบบประมวลผล” ที่รวดเร็ว เพราะต่อให้เราท่องจำเนื้อหาได้ทั้งหมด แต่พอถึงเวลาทำข้อสอบจริง หากสมองประมวลผลช้า หรือดึงข้อมูลออกมาใช้ไม่ทัน ก็ทำให้เราทำข้อสอบไม่ทันเวลา และพลาดคะแนนสำคัญส่วนนั้นไปอย่างน่าเสียดาย

การฝึกสมอง (Brain Training) จะไม่ได้เน้นที่การอัดเนื้อหาวิชาการเพิ่ม แต่จะเป็นการฝึกในส่วนของ ทักษะการรู้คิด (Cognitive Skills) ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้สมองทำงานประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

ระบบประมวลผลอัตโนมัติ

คือส่วนที่ต้องทำงานตลอดเวลา และจำเป็นต้อง “รวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด” หากด่านนี้ทำงานได้ดี เด็กจะสามารถจดจ่อได้นานโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ประกอบด้วย Attention ช่วยให้โฟกัสกับหนังสือ , Processing Speed ความไวในการรับข้อมูลจากโจทย์แล้วทำความเข้าใจได้ทันที และ Working Memory พื้นที่พักข้อมูลในหัว เช่น การจำตัวเลขทดไว้ในใจขณะคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์หลายขั้นตอน

ระบบความคิดขั้นสูง

เมื่อระบบอัตโนมัติด่านหน้ารับข้อมูลมาอย่างรวดเร็ว จะส่งต่อมาที่ส่วนนี้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลใหม่และแก้ปัญหา ทักษะที่สำคัญมากในการสอบคือ ตรรกะและการใช้เหตุผล (Logic & Reasoning) ซึ่งช่วยให้นักเรียนสามารถพลิกแพลงและจัดการกับโจทย์ข้อสอบที่หลอกล่อซับซ้อนได้อย่างเฉียบคม

คลังความรู้

Long-Term Memory จะทำหน้าที่สะสมความรู้จากการเรียน เมื่อ “ระบบประมวลผล” และ “ระบบความคิดขั้นสูง” ทำงานได้ไว สมองก็จะสามารถวิ่งเข้ามาค้นหาและดึงความรู้จากแฟ้มนี้ ออกมาเป็นคำตอบได้อย่างแม่นยำ 
การฝึกสมองของเรา คือการเข้าไปทำให้ “ระบบประมวลผล” ทำงานได้รวดเร็วและใช้พลังงานน้อยลง เมื่อสมองทำงานได้ดีและไม่เหนื่อยล้า นักเรียนก็จะสามารถอ่านหนังสือได้นานขึ้น วิเคราะห์ข้อสอบได้ไวขึ้น และดึงความรู้ที่มีอยู่ออกมาทำคะแนนได้อย่างเต็มศักยภาพ

เราคือศูนย์ประเมินศักยภาพสมองเด็กชั้นนำในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เราใช้วิทยาศาสตร์ประสาทวิทยา
เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างสมองภายใน ด้วยกระบวนการที่แม่นยำและเป็นระบบ

สแกนหาต้นตอ

🔍 สแกนหาต้นตอ

ประเมินทักษะการเรียนรู้ เพื่อหาจุดที่
ขัดขวางศักยภาพของลูกอย่างแม่นยำ

ฝึกสมอง

💡 ฝึกสมอง 1:1

ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล
เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด

อัปเกรดให้คิดไว

🚀 อัปเกรดให้คิดไว

สมองประมวลผลและเรียนรู้
ได้เร็วขึ้น เห็นผลแบบถาวร

Learning

One-on-One Learning

การเรียนรู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง การฝึกสมองแบบตัวต่อตัวกับทีมครูฝึกทักษะสมอง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ จะคล้ายกับการเล่นเกม

Learning

Digital Training

ฝึกในระบบออนไลน์ด้วยตนเอง การฝึกด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะทางการคิดด้านต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเรียนรู้ของสมอง

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการมอบเครื่องมือที่ทำให้เขาเชื่อมั่นในตัวเอง เมื่อสมองได้รับการเตรียมพร้อมอย่างถึงที่สุด สิ่งที่นักเรียนและผู้ปกครองจะได้สัมผัส คือเวอร์ชันที่พร้อมที่สุดและมั่นใจที่สุดของเขาในวันสอบเรียนรู้และทบทวนได้รวดเร็วกว่าเดิม:

  • ใช้เวลาหน้าหนังสือน้อยลง แต่สามารถจดจำและจัดระเบียบความรู้ได้อย่างเป็นระบบและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • วิเคราะห์เฉียบขาด ไร้ความลังเล: สามารถรับมือกับข้อสอบประยุกต์ที่ซับซ้อน และโจทย์หลอกล่อได้อย่างแม่นยำและมั่นใจในทุกการตัดสินใจ
  • สภาวะจิตใจสงบและมั่นคง: ความตื่นตระหนกจะลดลงเมื่อระบบสมองพร้อมทำงานเต็มกำลัง คืนความสมดุล ความผ่อนคลาย และรอยยิ้มกลับสู่ครอบครัว
ทำข้อสอบ
BAL - Review

This will close in 0 seconds