อัลไซเมอร์ รักษาหายไหม_

อัลไซเมอร์ รักษาหายไหม? ความจริงที่ผู้ดูแลต้องทำความเข้าใจ

เมื่อบุคคลในครอบครัวเริ่มมีภาวะหลงลืม คำถามแรกที่ทุกคนมักจะค้นหาคือ อัลไซเมอร์ รักษาหายไหม? ในทางการแพทย์ปัจจุบัน โรคอัลไซเมอร์ ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องจากเป็นภาวะที่เซลล์สมองถูกทำลายและฝ่อตัวลงอย่างถาวรจากโปรตีนที่ผิดปกติ ก็ตาม การตรวจพบในระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะแม้จะรักษาไม่หาย แต่การใช้ยาทางการแพทย์ร่วมกับการทำกิจกรรมกระตุ้นสมอง จะช่วยชะลอความเสื่อม ยืดระยะเวลาที่ผู้ป่วยจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ และรักษาคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด

อาการอัลไซเมอร์เริ่มเมื่ออายุเท่าไหร่?

โรคอัลไซเมอร์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่เป็นการสะสมความผิดปกติในสมองนานนับสิบปีก่อนจะแสดงอาการ โดยทั่วไปสามารถแบ่งช่วงอายุที่เริ่มแสดงอาการได้ 2 กลุ่มหลัก:

  • กลุ่มที่พบได้บ่อยที่สุด : อาการมักเริ่มแสดงออกชัดเจนเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ
  • กลุ่มที่พบได้น้อยแต่อาการรุนแรง : สามารถพบอาการได้ตั้งแต่อายุ 40 – 50 ปี มักมีความเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาการในกลุ่มนี้มักจะลุกลามและทรุดลงอย่างรวดเร็วกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ

คนเป็นอัลไซเมอร์ รู้ตัวไหมว่าตนเองกำลังหลงลืม?

ความน่ากลัวของโรคนี้คือการรับรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปตามระยะของโรค:

  • ระยะเริ่มต้น : ผู้ป่วยมักจะ รู้ตัว” ว่าตนเองมีความจำที่แย่ลง เริ่มลืมนัดหมาย ลืมชื่อคน หรือนึกคำพูดไม่ออก ในระยะนี้ผู้ป่วยมักจะมีความหงุดหงิด วิตกกังวล และพยายามจดบันทึกเพื่อช่วยจำ
  • ระยะกลางถึงรุนแรง : สมองส่วนที่ควบคุมการรับรู้สภาพความเป็นจริงถูกทำลาย ทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Anosognosia (ภาวะไม่รู้ความเจ็บป่วยของตนเอง) ในระยะนี้ผู้ป่วยจะ ไม่รู้ตัว” อย่างแท้จริงว่าตนเองหลงลืม พวกเขาจะเชื่อมั่นว่าความทรงจำที่บิดเบือนของตนเองนั้นถูกต้อง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยมักปฏิเสธการไปหาหมอและมีอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อมีคนไปตักเตือน

อาการของอัลไซเมอร์ก่อนเสียชีวิต (ระยะสุดท้าย) มีอะไรบ้าง?

เมื่อโรคดำเนินมาถึงระยะสุดท้าย เซลล์สมองจะถูกทำลายไปเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานพื้นฐานของร่างกายอย่างรุนแรง อาการที่พบได้แก่:

  • สูญเสียความสามารถในการสื่อสาร: ไม่สามารถพูดเป็นประโยค หรือส่งเสียงที่ไม่เป็นภาษา
  • สูญเสียการควบคุมร่างกาย: ไม่สามารถเดิน ยืน หรือแม้แต่นั่งทรงตัวได้ ต้องนอนติดเตียงตลอดเวลา
  • สูญเสียระบบขับถ่าย: ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะและอุจจาระได้โดยสิ้นเชิง
  • ปัญหาการกลืน: ระบบประสาทที่ควบคุมการกลืนทำงานผิดปกติ ทำให้สำลักอาหารและน้ำได้ง่าย
  • สาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง: ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มักไม่ได้เสียชีวิตจากตัวโรคโดยตรง แต่เสียชีวิตจาก ภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะปอดติดเชื้อจากการสำลักอาหาร การติดเชื้อในกระแสเลือดจากแผลกดทับ หรือภาวะขาดสารอาหารรุนแรง

สมองฟื้นฟูตัวเองได้ไหม? ทางรอดในการชะลอโรค

หลายคนมีความเชื่อว่าเซลล์สมองตายแล้วตายเลย แต่ในทางประสาทวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่า สมองมีความสามารถในการฟื้นฟูและปรับตัวได้

แม้เซลล์สมองส่วนที่ตายไปแล้วจากอัลไซเมอร์จะไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้ แต่การกระตุ้นสมองอย่างเป็นระบบสามารถกระตุ้นให้เซลล์สมองส่วนที่ยังแข็งแรง สร้างจุดเชื่อมต่อใหม่ เพื่อทำงานชดเชยเซลล์ส่วนที่เสียหายได้ การสร้างเครือข่ายประสาทสำรอง ที่หนาแน่น จะช่วยประวิงเวลาไม่ให้อาการของโรคแสดงออกมาอย่างรวดเร็ว

หมอไหนรักษาโรคอัลไซเมอร์เก่งๆ บ้าง? และการดูแลแบบบูรณาการ

หากสงสัยว่าคนในครอบครัวมีอาการเริ่มต้น ควรพาไปพบแพทย์เฉพาะทาง ได้แก่:

  1. แพทย์ระบบประสาทและสมอง : เชี่ยวชาญด้านการประเมินการทำงานของสมอง การทำ MRI/CT Scan และการสั่งยาเพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง
  2. แพทย์อายุรกรรมผู้สูงอายุ : เชี่ยวชาญด้านการดูแลโรคซับซ้อนในผู้สูงอายุแบบองค์รวม
  3. จิตแพทย์ผู้สูงอายุ : ช่วยจัดการปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรงที่มักเกิดร่วมกับอัลไซเมอร์

การฟื้นฟูสมองที่ Brain and Life นอกจากการพึ่งพายาจากแพทย์แล้ว การชะลอความเสื่อมของสมองที่ได้ผลดีที่สุดคือการบูรณาการร่วมกับการทำ Cognitive Training

ที่ศูนย์ฝึกสมอง Brain and Life เรานำหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้าน Neuroplasticity มาใช้ในการประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของทักษะสมอง (Cognitive Skills Assessment) จากนั้นจึงออกแบบโปรแกรมฝึกสมองเฉพาะบุคคล  เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้า (Executive Functions) และความจำเพื่อใช้งาน (Working Memory) การฝึกสมองอย่างสม่ำเสมอเปรียบเสมือนการพาสมองไปเข้ายิม ช่วยสร้างความยืดหยุ่น สร้างจุดเชื่อมต่อประสาทใหม่ๆ และเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยชะลอความเสื่อมถอยของความทรงจำ เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถรักษาความทรงจำและคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้นานที่สุด

This will close in 0 seconds