อัปเดตค่าเทอม 2569

อัปเดตค่าเทอมโรงเรียนดังในกรุงเทพฯ ปี 2569 เตรียมงบเท่าไร?
แผนสอบเข้าต้องเตรียมอะไรบ้าง?

การเลือกโรงเรียนให้ลูกเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่หลายโรงเรียนมีการแข่งขันสอบเข้าที่สูงมาก นอกเหนือจากเรื่องของหลักสูตร สังคม และสภาพแวดล้อมแล้ว “ค่าใช้จ่ายในการศึกษา” และ “การเตรียมตัวสอบเข้า” ก็เป็นปัจจัยหลักที่ต้องวางแผนกันล่วงหน้าอย่างละเอียด

บทความนี้ Brain and Life ได้รวบรวมข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของโรงเรียนชั้นนำในกรุงเทพฯ ฉบับปี 2569 พร้อมข้อแนะนำสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ นอกเหนือจากวิชาการ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการศึกษาให้ลูกรักครับ

ค่าเทอมโรงเรียนดังในกรุงเทพฯ ปี 2569

ข้อมูลต่อไปนี้เป็นค่าเทอมและค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เจาะจงทีละโรงเรียน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพรวมและเตรียมงบประมาณได้ถูกต้อง:

1. โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายประถม)

หนึ่งในโรงเรียนสาธิตยอดนิยมที่ผู้ปกครองหลายท่านหมายปอง สำหรับการอัปเดตค่าใช้จ่ายตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 (รุ่น CUD73) เป็นต้นไป จะแบ่งตามหลักสูตรค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 180,000 บาทต่อปี

2. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน

โรงเรียนมัธยมชั้นนำที่โดดเด่นทั้งวิชาการและกิจกรรม มีโครงสร้างค่าใช้จ่ายแบ่งตามโปรแกรมการเรียน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 260,000 บาทต่อปี

3. โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น)

อีกหนึ่งโรงเรียนสาธิตชื่อดังที่มีการแข่งขันสูงและได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพการสอน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 11,250 – 32,000 บาทต่อเทอม

4. โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

โรงเรียนชายล้วนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงใจกลางย่านสีลม มีตัวเลือกหลักสูตรที่หลากหลายเพื่อให้ตอบโจทย์ศักยภาพของนักเรียน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 350,000 บาทต่อปี

5. โรงเรียนอัสสัมชัญ (บางรัก)

โรงเรียนชายล้วนเครือคาทอลิกชื่อดังที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน สำหรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายจะแบ่งตามหลักสูตรอย่างชัดเจน ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 80,000 – 230,000 บาทต่อปี

6. โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ (สีลม)

โรงเรียนหญิงล้วนเครือคาทอลิกที่โดดเด่นเรื่องระเบียบวินัยและวิชาการ ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 35,000 – 250,000 บาทต่อปี

7. โรงเรียนอำนวยศิลป์

โรงเรียนสองภาษาที่ใช้หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนแบบสากล แบ่งค่าใช้จ่ายตามระดับชั้นและหลักสูตร ดังนี้:

  • International Bilingual (Nursery – Year 6): ค่าเทอม 470,000 – 490,000 บาท/ปี (ค่าอุปกรณ์ 21,300 – 28,250 บาท/ปี)
  • International Bilingual (Year 7 – Year 13): ค่าเทอม 495,000 – 510,000 บาท/ปี (ค่าอุปกรณ์ 31,800 บาท/ปี)
  • International (Year 7 – Year 13): ค่าเทอม 556,000 – 595,000 บาท/ปี (ค่าอุปกรณ์ 41,800 บาท/ปี)

8. โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

อีกหนึ่งโรงเรียนหญิงล้วนคุณภาพในเครือคาทอลิกที่ปลูกฝังทั้งวิชาการและคุณธรรม ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 66,000 – 70,000 บาทต่อปี

9. โรงเรียนเซนต์คาเบรียล

โรงเรียนชายล้วนชื่อดังย่านสามเสนที่ผลิตบุคลากรคุณภาพมากมาย ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 44,000 – 142,000 บาทต่อเทอม (อัตราค่าเทอมจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับชั้นและแผนการเรียนที่เลือก)

10. โรงเรียนนานาชาติเอกมัย (Ekamai International School – EIS)

โรงเรียนนานาชาติที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรอเมริกัน พร้อมสังคมที่เปิดกว้าง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 160,000 – 180,000 บาทต่อปี

“ค่าใช้จ่ายแฝง” ที่ต้องเตรียมพร้อม

ตัวเลขค่าเทอมที่รวบรวมมานี้เป็นเพียง ค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เท่านั้น ในการวางแผนงบประมาณจริง ผู้ปกครองควรเผื่อค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ไว้ด้วย เช่น:

  • ค่าแรกเข้าและเงินมัดจำ: สำหรับนักเรียนใหม่
  • ค่าสมาคมผู้ปกครอง: แต่ละโรงเรียนจะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่เหมือนกัน บางโรงเรียนจ่ายแค่ตอนเข้า บางโรงเรียนจ่ายทุกปี
  • ค่าเรียนปรับพื้นฐานและซัมเมอร์: สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน
  • ค่าใช้จ่ายจิปาถะ: เครื่องแบบนักเรียน, หนังสือ, อุปกรณ์การเรียน, ค่าอาหาร และค่าทัศนศึกษา

แผนสอบเข้า ทำไม “ติววิชาการ” อย่างเดียวอาจไม่พอ?

สำหรับโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง การเตรียมตัวสอบเข้าเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ผู้ปกครองหลายท่านมุ่งเน้นไปที่การส่งลูกเรียนพิเศษ ติววิชาการอย่างหนัก แต่ความจริงที่น่าตกใจคือ เด็กหลายคนที่ “รู้ข้อมูลมาก” กลับไม่สามารถทำข้อสอบได้ตามศักยภาพ

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบอยู่ที่ “ความพร้อมของสมอง”

ในการเข้าสอบ เด็กต้องเผชิญกับสภาวะความกดดันและเวลาที่จำกัด สมองเปรียบเสมือนห้องสมุด หากเราขนหนังสือ (ข้อมูลวิชาการ) เข้าไปวางกองรวมกันไว้มากมาย โดยไม่มีการจัดหมวดหมู่ หรือระบบเรียบเรียงที่ดี เมื่อถึงเวลาที่ต้องหยิบมาใช้ (การทำข้อสอบ) สมองจะไม่สามารถ “ดึงข้อมูล” ออกมาได้ทันเวลา

ผลลัพธ์คือ:

  • ทำข้อสอบไม่ทัน: เสียเวลาไปกับการพยายามนึกข้อมูล
  • สับสน เรียบเรียงคำตอบไม่ได้: ทั้งที่รู้เนื้อหาแต่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี

เตรียมสมองให้พร้อม… หัวใจสำคัญของความสำเร็จในสนามสอบ

Brain and Life เชื่อว่า การเตรียมลูกสอบเข้า ควรทำควบคู่กันทั้ง วิชาการ” และ สมอง”

  1. พัฒนาทักษะการจัดการข้อมูล: ฝึกให้ลูกรู้จักเรียบเรียงข้อมูล จัดหมวดหมู่ความคิด จะช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีระเบียบและดึงข้อมูลออกมาใช้ได้เร็ว
  2. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง: ผ่านการนอนหลับที่เพียงพอ สารอาหารที่ครบถ้วน และกิจกรรมที่กระตุ้นการคิด
  3. ฝึกสมาธิและการจัดการความเครียด: เพื่อให้สมองยังคงทำงานได้ดีที่สุดแม้ในสภาวะกดดันในห้องสอบ

การวางแผนการศึกษาให้ลูกไม่ได้มีเพียงเรื่องของตัวเลขค่าเทอม หรือตารางเรียนพิเศษ แต่รวมไปถึงการดูแลสุขภาวะทางสมอง เพื่อให้ลูกมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ จัดการข้อมูล และแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ในสนามสอบและในการเรียนต่อไปครับ

อ่านเพิ่มเติม

ทำข้อสอบไม่ทัน คิดเลขช้า? ไขความลับสมอง Processing Speed

เกรด 4 แต่สอบเข้าไม่ได้? ไขความลับทำไมลูกเรียนเก่งแต่สอบไม่ติด

ทำไมการ “วัดระดับและฝึกทักษะสมอง” ถึงสำคัญไม่แพ้การติววิชาการ?

ในการเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักทุ่มเทเวลาและงบประมาณไปกับการ “อัดความรู้” ผ่านการเรียนพิเศษ แต่บ่อยครั้งกลับพบปัญหาว่า ลูกจำเนื้อหาได้ตอนอยู่บ้าน แต่พอเข้าห้องสอบกลับทำข้อสอบไม่ทัน หรือเรียบเรียงคำตอบไม่ได้

สาเหตุหลักไม่ได้มาจากลูกไม่เก่ง แต่มาจากการที่สมองขาดทักษะในการจัดการข้อมูล ลองจินตนาการว่าสมองของลูกคือ “ห้องสมุด” การเรียนพิเศษคือการซื้อหนังสือจำนวนมากเข้าไปเก็บไว้ แต่หากไม่มี “ระบบจัดหมวดหมู่” ที่ดี เมื่อถึงเวลาที่ต้องแข่งกับเวลาและความกดดันในห้องสอบ สมองก็จะรวนและใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูล (ดึงความรู้ออกมาใช้ช้า)

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมที่สมบูรณ์แบบที่สุด จึงต้องประกอบไปด้วย 2 ส่วน:

  1. การเติมความรู้ (Academic): ติวเนื้อหาวิชาการให้แม่นยำ
  2. การเตรียมระบบสมอง (Brain Readiness): ผ่านการ วัดระดับทักษะทางปัญญา (Cognitive Skills Assessment)” เพื่อหาจุดคอขวดว่าสมองของลูกมีการประมวลผลช้าในจุดไหน และทำการ ฝึกสมอง” เพื่อจัดระเบียบความคิด

การประเมินและฝึกทักษะสมอง จะช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผล (Processing Speed) ทำให้ลูกสามารถดึงความรู้ทั้งหมดที่ติวมา ออกมาใช้แก้โจทย์ในห้องสอบได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้อย่างเต็มที่ที่สุดในวันสอบจริง

This will close in 0 seconds