บอกลาอาการสมาธิสั้น-โดยไม่ต้องพึ่งยา-ปลอดภัย-ไร้ผลข้าง

หัวข้อย่อย

อาการสมาธิสั้นเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่มักเจอในเด็ก ซึ่งในปัจจุบันปัญหานี้พบเจอในเด็กที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ และนอกจากในเด็กแล้วยังพบว่าผู้ใหญ่วัยทำงานก็พบปัญหานี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

แล้วเราจะทำยังไงหากกำลังมีปัญหาสมาธิสั้น มีวิธีไหนที่จะช่วยรักษาอาการสมาธิสั้นให้กลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิม โดยที่ไม่ต้องทานยา หรือพึ่งยา ในบทความต่อไปนี้จะทำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกับอาการสมาธิสั้น ให้มากขึ้น พร้อมทั้งบอกวิธีรักษาสมาธิสั้นโดยไม่ใช้ยา หากใครกำลังเจอปัญหานี้อยู่ บทความนี้สามารถช่วยเพื่อน ๆ ได้ค่ะ

อาการสมาธิสั้น

อาการสมาธิสั้น เป็นอาการที่ผู้ป่วยมีความยากลำบากในการรักษาความสนใจในสิ่งที่ทำและมีปัญหาในเรื่องความจำ หรือขาดสมาธิ ไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อกับกิจกรรมที่ทำตรงหน้าได้นาน ซึ่งอาการสมาธิสั้นนั้นจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงาน หรือการทำกิจวัตรประจำวัน อาการสมาธิสั้น สามารถเกิดขี้นได้ทั้งในวัยเด็กและผู้ใหญ่ อาการที่พบบ่อย มีดังนี้

  1. ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อได้นาน มีความยากลำบากในการรักษาความสนใจในเรื่องที่ต้องทำ หรือมักมีปัญหาในการทำสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องใช้สมาธิในการทำอย่างมาก จะรู้สึกจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าหรืออยู่นิ่งไม่ได้
  2. มีอาการขี้ลืม มักลืมสิ่งที่ต้องทำ ลืมเลขบัญชี ลืมนัดหมาย หรือลืมว่าตัวเองทำอะไรไปแล้ว
  3. มีปัญหาในการจัดการเวลา มีปัญหาในเรื่องการจัดการงานหรือไม่สามารถกำหนดเวลา หรือลำดับขั้นตอนความสำคัญของงานได้ ทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน
  4. ขาดความตั้งใจ มักมีความยากลำบากในการตั้งใจในการทำงานหรือกิจกรรมที่ต้องการความพยายามมาก ๆ
  5. เกิดความผิดพลาดในงาน มักเกิดการทำงานที่ไม่เรียบร้อยหรือทำงานได้ยากลำบาก แม้มีความตั้งใจที่จะทำให้ดีแต่งานที่ออกมามักไม่ดีตามที่หวังไว้
  6. มีสมาธิไม่เต็มที่ ไวต่อสิ่งเร้ารอบข้าง สนใจสิ่งภายนอกรอบตัวมากเกินไป ทำให้มีความสมาธิสั้นลง
  7. ความสามารถในการควบคุมอารมณ์น้อยลง สมาธิที่สั้นลงอาจส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของคนนั้น ๆ ได้ เนื่องจากไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นานอาจทำให้หงุดหงิดหรือความมั่นคงทางอารมณ์ลดลงได้

อาการเหล่านี้อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงาน การเรียน และชีวิตประจำวัน หากคุณหรือใครบางคนที่คุณรู้จักมีอาการเหล่านี้มากเกินไป ควรพบแพทย์หรือผู้ให้คำปรึกษาเพื่อการวินิจฉัยและหาวิธีการรักษาอย่างเหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม โรคสมาธิสั้น คืออะไร

วิธีรักษาโรคสมาธิสั้น

วิธี รักษา โรค สมาธิ สั้น

การรักษาสมาธิสั้นอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการนี้ เช่น อาจจะต้องรักษาโรคหรือสภาวะที่เป็นเหตุที่ทำให้เกิด อาการสมาธิสั้น หรืออาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยลดอาการ วิธีที่สามารถใช้ในการรักษาสมาธิสั้นมีดังนี้

  1. การรักษาโรคหรือสภาวะที่เป็นเหตุ หากสมาธิสั้นเกิดขึ้นจากโรคหรือสภาวะที่มีอาการเฉพาะ เช่น โรคซึมเศร้า ซึ่งส่งผลต่อสมองโดยตรง การรักษาโรคหรือสภาวะนี้อาจเป็นการใช้ยาหรือการรับการปรึกษาจากนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์
  2. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยเพิ่มสมาธิและความจำได้ โดยการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองและกระตุ้นการปลดปล่อยฮอร์โมนที่ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์และสมาธิได้ เช่น การเดินเร็วหรือการวิ่ง เล่นกีฬา หรือการเล่นโยคะ
  3. การฝึกสมาธิ การฝึกสมาธิเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มความสามารถในการควบคุมความสนใจในสิ่งที่ทำ การฝึกสมาธิอาจเป็นการฝึกให้เรียนรู้เทคนิคการหายใจหรือการฝึกการฟังให้มากขึ้น
  4. การพักผ่อน การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อสมอง
  5. การลดความเครียด การลดความเครียดโดยการใช้เทคนิคการจัดการความเครียดช่วยทำให้มีสมาธิดีขึ้นได้
  6. การทำงานอดิเรกหรือกิจกรรมที่สนใจ การหาสิ่งต่าง ๆ ทำในเวลาว่างเพื่อเพิ่มความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ดูหนัง ดูซีรีส์ หรือหากิจกรรมที่ต้องใช้เวลาและความคิด จะช่วยเพิ่มสมาธิได้
  7. การบำบัดทางการแพทย์ หากการแก้ไขแบบธรรมดาไม่ช่วยเพิ่มสมาธิ หรือหากมีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับสมองที่รุนแรง การบำบัดทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เช่น การรับการสนับสนุนจากนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้วิธีการจัดการกับสมาธิที่แย่ลงให้ดีขึ้น

การเข้าเรียนคอร์สฝึกสมอง การเข้าเรียนคอร์สฝึกหรือพัฒนาสมอง จะช่วยให้สมองถูกกระตุ้นและมีการทำงานที่ถูกวิธี เป็นการช่วยแก้ปัญหาสมาธิสั้นได้อย่างตรงจุด ซึ่งที่ Brain and Life มีคอร์สเรียนที่ออกแบบมาเพื่อเพื่อน ๆ ที่มีปัญหาสมาธิสั้นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะวัยไหนก็สามารถฝึกสมองให้มีสมาธิที่ดีขึ้นได้

การปรับพฤติกรรมเด็กสมาธิสั้น

การปรับพฤติกรรมของเด็กที่มีสมาธิสั้นอาจเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเพิ่มสมาธิและความสามารถในการควบคุมความสนใจของเด็ก วิธีที่สามารถใช้ในการปรับพฤติกรรมของเด็กที่มีสมาธิสั้นมีดังนี้

  1. ตระหนักถึงสภาพแวดล้อม สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ของเด็ก เช่น ลดเสียงรบกวน เพิ่มพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่เป็นกันเอง และมีการจัดเรียงที่ช่วยให้เด็กสามารถรับข้อมูลได้มากขึ้น
  2. การกำหนดเวลาเป็นกิจวัตร ช่วยให้เด็กมีระเบียบและรู้จักการจัดการเวลาในชีวิตประจำวัน เช่น การกำหนดเวลาสำหรับการเรียน การทานอาหาร การอาบน้ำ การทำกิจกรรมกีฬา และการพักผ่อน
  3. ส่งเสริมการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น เรียนรู้ผ่านการเล่น เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม และการเล่นเกมที่กระตุ้นความคิด
  4. สนับสนุนการเล่นและการออกกำลังกาย สนับสนุนการเล่นและการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัย เช่น การเล่นกีฬา การวิ่ง หรือการทำโยคะ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เด็กมีพลังงานมากขึ้นและสามารถเพิ่มความสนใจในสิ่งที่ทำได้มากขึ้น
  5. การให้ความสนับสนุนจากครอบครัวและครู ครอบครัวและครูควรให้ความสนับสนุนและการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก ทำให้เด็กมีความรู้สึกปลอดภัย และมีความสม่ำเสมอในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
  6. ใช้เทคนิคการสร้างความสนใจ ใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความสนใจและสมาธิ เช่น การใช้เกมที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจ เรื่องราว หรือสถานการณ์ที่จะกระตุ้นความสนใจของเด็ก

การปรับพฤติกรรมของเด็กที่มีอาการสมาธิสั้น อาจต้องใช้เวลาและความอดทนมากกว่าเด็กทั่ว ๆ แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำอย่างเหมาะสมแล้ว จะช่วยให้เด็กมีการปรับตัวและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการควบคุมสมาธิและความสนใจได้ดีขึ้น

อ่านเพิ่มเติม โรค ADHD หรือ ภาวะ สมาธิสั้นรักษา ได้

ยาสมาธิสั้นอันตรายไหม

ยาสมาธิสั้นอันตรายไหม

ยาที่ใช้ในการรักษาอาการสมาธิสั้น ถือว่าเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่ช่วยในการควบคุมอาการของผู้ที่มีสมาธิสั้น และมักนิยมใช้ในผู้ที่มีสมาธิสั้น ADHD เพื่อช่วยเพิ่มสมาธิ และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับความโกรธ ความเครียด หรืออารมณ์อื่น ๆ ได้ดีขึ้น

หากถามว่ายาสมาธิสั้นอันตรายไหม ต้องตอบเลยว่าขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าใช้ถูกวิธีและทำตามคำแนะนำของคุณหมอหรือไม่ เนื่องจากยาสมาธิสั้นเป็นยาที่ต้องจ่ายโดยแพทย์เพียงเท่านั้น และยารักษาโรคสมาธิสั้นก็มีหลายประเภท ซึ่งการจะได้ทานยาเพื่อรักษาอาการสมาธิสั้น นั้นขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคลและตามดุลยพินิจของแพทย์

การใช้ยารักษาสมาธิสั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและติดตามอาการหลังการใช้ยาด้วยอย่างใกล้ชิด หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ยาสมาธิสั้น ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาอาการสมาธิสั้นเพื่อข้อมูลและคำแนะนำที่เหมาะสมในการดูแลสุขภาพและการใช้ยา

ยาสมาธิสั้น ritalin ผลข้างเคียง

ยา Ritalin เป็นยาสมาธิชนิดหนึ่งที่ใช้ในการรักษาอาการสมาธิสั้น ADHD และอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นไปได้ ดังนี้

  1. ปัญหาทางกาย เช่น ปวดศีรษะ, ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดตามร่างกาย, เหนื่อยหรือเมื่อยล้า
  2. ปัญหาในการนอน บางครั้งผู้ใช้ยาอาจมีปัญหาในการนอน เช่น นอนไม่หลับหรือตื่นมาในเวลากลางคืน
  3. ปัญหาทางจิต อาจมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เช่น อารมณ์เสีย, ความวิตก หรือภาวะซึมเศร้า มีอาการเบื่ออาหาร
  4. ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ ผู้ใช้ยาอาจมีความลำบากในการเรียนรู้หรือการจำข้อมูล
  5. ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร
  6. การเพิ่มความดันโลหิต บางครั้งยาอาจทำให้เกิดการเพิ่มความดันโลหิต
  7. เกิดการดื้อยา มีความเสี่ยงที่ผู้ใช้ยาอาจพบว่ายาไม่ได้ทำงานเหมือนที่คาดหวัง เนื่องจากผู้ใช้ยาอาจเกิดอาการดื้อยาได้

การมีผลข้างเคียงขึ้นอยู่กับบุคคลแต่ละคน และมักจะมีความรุนแรงและความเป็นไปได้ที่แตกต่างกันไป ในกรณีที่มีอาการผิดปกติหรือไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา Ritalin ควรพูดกับแพทย์เพื่อให้ได้คำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมต่อสุขภาพของผู้ใช้ยา

อ่านเพิ่มเติม ยารักษาโรคสมาธิสั้น

Brain and Life Center รักษาสมาธิสั้นได้ โดยไม่ต้องใช้ยา!

หากคุณกำลังกังวลเกี่ยวกับปัญหาอาการสมาธิสั้น ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือตัวคุณเอง แล้วไม่อยากทานยาแก้สมาธิสั้น ที่ Brain and Life ของเรามีคอร์สเรียนที่ออกแบบมาเพื่อฝึกสมองตั้งแต่รากฐาน ซึ่งการฝึกสมองเป็นขั้นตอนแรกของการเรียนรู้และพัฒนาทักษะในการใช้ชีวิตต่าง ๆ สามารถช่วยให้คนที่มีปัญหาเรื่องสมาธิสั้น หรือมีปัญหาเรื่องความจำ ปัญหาทักษะด้านกระบวนความคิดต่าง ๆ เมื่อฝึกสมองแล้วจะทำให้ปัญหาทุกอย่างที่กล่าวมานี้หายไป และทำให้สมองทำงานได้อย่างเต็มผสักยภาพและการดำลงชีวิตดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

โดยโปรแกรมการฝึกสมองของเราเป็นการฝึกจากผลของการทดแบบทดสอบ Brain Test หรือ Gibson Test ที่จะบอกได้ว่าทักษะไหนที่คุณควรจะต้องพัฒนาหรือปรับปรุงก่อนหรือหลัง โดยที่เราจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและคำปรึกษาตลอดทั้งการเข้าคอร์สแบบตัวต่อตัว เป็นการฝึกเฉพาะบุคคลโดยแท้จริง สามารถแก้ปัญหาสมาธิสั้นได้อย่างตรงจุด และที่สำคัญไม่ต้องใช้ยาในการรักษา ปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียงจากยาแน่นอน!

Brain ยินดีให้คำปรึกษากับเพื่อน ๆ ที่มีปัญหาสมาธิสั้น ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย