ทักษะทางการได้ยิน

Auditory Processing

ทักษะทางการได้ยิน (Auditory Processing) 

ทักษะทางการได้ยิน (Auditory Processing) เป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการรับรู้ (Perception), การจัดการ (Management) และทำความเข้าใจข้อมูลเสียง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ประกอบด้วยการแยกเสียง การตัดเสียง และการผสมเสียง 

ปัจจุบันทักษะทางการได้ยินมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นทักษะพื้นฐานที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการเรียน การทำงาน และด้านการใช้ชีวิต บุคคลที่มีทักษะทางการได้ยินที่ดีมักจะมีความสามารถในการสื่อที่ดีนำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต เพราะทักษะดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญของทักษะการเข้าสังคม ป้องกันการเข้าใจผิด ลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น พัฒนาทักษะทางด้านสติปัญญาและทำให้บุคคลเกิดการพัฒนาตนเองอีกด้วย เพราะทักษะทางการได้ยินที่ดีจะช่วยให้บุคคลได้รับความรู้เพิ่มมากขึ้นเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ การจับประเด็น การฝึกด้านความจำ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ในบางครั้งทักษะทางการได้ยินที่ดียังช่วยให้บุคคลเกิดความจรรโลงใจ และช่วยให้บุคคลมีสมาธิ จดจ่อกับสิ่งที่ได้ยินอีกด้วย 

โรคที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของทักษะทางการได้ยิน ได้แก่ ผู้ที่มีปัญหาการประมวลเสียงจากระบบประสาทส่วนกลาง (Central Auditory Processing Disorder : CAPD) หมายถึง ผู้ที่มีความยากลำบากในการใช้ข้อมูลจากการฟังเพื่อนำมาสื่อสารและการเรียนรู้ CAPD ไม่ได้เป็นปัญหาหรือโรคชนิดเดียว แต่เป็นกลุ่มของปัญหาที่เกิดกับทักษะในการฟัง โดยส่วนใหญ่เด็กที่เป็น CAPD จะถูกวินิจฉัยพร้อมกับอาการสมาธิสั้นหรือมีปัญหาในการเรียนรู้  

Chermak และ Musiek (1998) ได้คาดคะเนว่า อุบัติการณ์ของ CAPD สูงถึง 3 ถึง 5 เปอร์เซนต์ และมีอุบัติการณ์สูงกว่าการสูญเสียการได้ยิน มีการติดตามศึกษาเด็กที่มีปัญหาในการได้ยินที่เกิดจากหูชั้นกลางอักเสบตั้งแต่อายุ 1 ขวบ ถึง อายุ 9 ขวบ พบว่า เด็กพวกนี้มีปัญหาในการประมวลเสียงและการเรียนรู้ ดังนั้น ไม่เพียงแต่มีเด็กจำนวนมากที่มีปัญหาในการเรียนรู้ที่มาจาก CAPD มากกว่ามีปัญหาการสูญเสียการได้ยิน แต่ปัญหา CAPD ยังเป็นปัญหาที่มองไม่เห็นในขณะที่ปัญหาในการได้ยินยังเห็นได้ง่ายและมักจะสัมพันธ์กับปัญหาทางภาษาและการพูด (ศิริพันธ์  ศรีวันยงค์, 2557: ออนไลน์)  สมาคม ASHA ได้ระบุปัญหาของเด็ก CAPD ดังนี้  

1. ปัญหาในการบอกแหล่งกำเนิดเสียงและทิศทางของเสียง คือ ความสามารถที่จะบอกว่าเสียงเกิดขึ้นในที่ใด ทักษะนี้เป็นทักษะสำคัญในการอยู่รอด ส่วนการบอกทิศทางของเสียง คือ ความสามารถในการบ่งบอกทิศทางที่มาของเสียง 

2. ปัญหาในการจำแนกแยกแยะเสียง คือ ความสามารถในการแยกเสียงใดเสียงหนึ่งออกจากเสียงอื่น ๆ จะใช้กับความสามารถในการแยกเสียงพูด เช่น แยกเสียง /P/ ออกเสียง /b/ 

3. ปัญหาในการแยกความเหมือน และความแตกต่างของเสียง 

4. ปัญหาในการลำดับเสียง การนำเสียงมาประกอบเป็นคำ และการรับรู้เสียงที่แยกออกจากกัน 

5. ปัญหาในการเข้าใจเสียงที่รบกวน ซึ่งเสียงรบกวนเหล่านี้อาจเป็นเสียงพูด หรือสัญญาเสียงอื่น ๆ ที่อาจจะดังหรือเบา 

6. ปัญหาในการเข้าใจเสียงเมื่อคุณภาพของเสียงด้อยลง เช่น ข้อมูลบางอย่างของเสียงสูญหายไป อาจจะเกิดจากสเป็กตรัมบางส่วนของเสียงถูกลบออกไป ความถี่ของบางความถี่หายไป หรือเวลาของเสียงถูกกดบีบ 

จะเห็นได้ว่าหากทักษะทางการได้ยิน (Auditory Processing) อ่อนหรือบกพร่อง จะทำให้มีปัญหาในการอ่านออกเสียงและการสะกดคำ ส่งผลต่อการฟัง (Listening) และการอ่าน (Reading) ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจทั้งในเรื่องของภาษาและคำศัพท์ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก ดังนั้นการมีทักษะทางการได้ยินที่ดีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  

ทักษะทางการได้ยิน

CAPD อาจเกิดมีปัญหาอื่นร่วมด้วยรวมถึงสมาธิสั้นปัญหาความบกพร่องในการอ่าน ความผิดปกติของภาษาและออทิสติก Gail Chermak และคณะได้ทำการสำรวจ เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมของ CAPD และสมาธิสั้น โดยสามารถสรุปเป็นประเภทของอาการได้ดังต่อไปนี้ (ศิริพันธ์ ศรีวันยงค์, 2557: ออนไลน์)   

 

การประมวลผลการได้ยิน  

การประมวลผลการได้ยินคือการที่สมองรับรู้ และตีความข้อมูลของเสียง ใช้ทักษะหลายๆ ด้านเป็นตัวกำหนดความสามารถในการประมวลผล หรือความสำเร็จในด้านการฟัง โดยมีการแบ่งทักษะเป็น 4 ลำดับขั้น แต่ทุกกระบวนการมีการทำงานประสานกันและมีความจำเป็นต่อการฟังในชีวิตประจำวัน แม้นักวิจัยจะยังไม่เห็นด้วยกับลำดับขั้นดังกล่าวแต่ก็เห็นด้วยกับว่าทักษะทั้ง 4 ด้าน เป็นทักษะที่จำเป็นต่อการประมวลผล  
(S. Loraine Susie, 2010: ออนไลน์) 

ขั้นที่ 1 : การรับรู้การได้ยิน 

  • การรับรู้การได้ยิน – ความสามารถในการตรวจจับเสียง 

  • แหล่งกำเนิดเสียง – ความสามารถในการค้นหาแหล่งกำเนิดเสียง 

  • ความมีสมาธิในการฟัง / ความสามารถในการแยกเสียง  

ขั้นที่ 2 : การแยกเสียง 

  • การแยกเสียงจากสิ่งแวดล้อม – ความสามารถในการแบ่งแยกความแตกต่างของเสียงในสภาพแวดล้อม 

  • ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงพยางค์ ความเข้ม วรรคตอน จังหวะ และความคล้องจอง  

  • การแบ่งแยกการได้ยินของเสียง ความสามารถในการแบ่งแยกเสียงที่มีความเฉพาะ 

ขั้นที่ 3 : เอกลักษณ์ของเสียง 

  • ความเฉพาะของเสียง – ความสามารถในการเชื่อมโยงความหมายของเสียง และคำ 

  • ความสามารถในการประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน  

  • การวิเคราะห์เสียงที่ได้ยิน – ความสามารถในการระบุเสียง ผสมเสียง แยกเสียง และการจัดการเสียงที่ได้ยิน 

ขั้นที่ 4 :  ความเข้าใจในการได้ยิน 

  • ความเข้าใจในการได้ยิน – ความเข้าใจข้อความยาวๆ ที่ได้ยิน รวมถึงการเข้าใจประโยคสนทนา ทิศทางของบทสนทนาและเข้าใจเรื่องราว 

  • ความสามารถในการเติมส่วนที่หายไปของเสียง 

  • ความสามารถในการจดจำข้อมูลในขณะนั้นและหลังจากนั้น 

  • การประมวลผลการได้ยินทางภาษา การตีความ การเก็บรักษา จัดระเบียบ ใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้และการลื่อสารในระดับสูง 

กระบวนการได้ยินมี 3 ระดับ คือ  

1. การฟังคำศัพท์ (Words) ใช้คำคล้องจอง และฝึกการฟังอื่นๆ เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง เสียง จังหวะการพูด เพื่อให้สามารถประมวลผลการได้ยินได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ 

2. การฟังความหมาย (Meaning) ทำให้ทราบถึงสิ่งที่ต้องทำ 

3. การได้ยินความหมาย (implication) เพื่อให้สามารถประมวลผลสิ่งที่ต้องลงมือทำต่อไป (neuronetlearning: ออนไลน์) 

การฟังสำคัญอย่างไร 

  • เด็กจะต้องสามารถตีความและเชื่อมโยงความหมายกับข้อมูลที่พวกเขาได้รับจากสิ่งที่พวกเขาได้ยินและวางแผนที่จะตอบสนอง 

  • ความสามารถในการเชื่อมโยงขึ้นอยู่กับความรู้ การได้รับความช่วยเหลือจากสิ่งที่เห็น 

  • การเข้าใจในสิ่งที่ได้ยินเป็นกุญแจสำคัญในการเขียน 

  • ความเข้าใจในสิ่งที่ฟัง = ความสามารถทางภาษา + ความรู้พื้นฐาน 

  • ความเข้าใจในสิ่งที่ฟัง x การแปลความหมาย = ความเข้าใจในการอ่าน 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้เกิดจากความสามารถในการฟังที่แม่นยำ (success for kids, 2019: ออนไลน์) 

เราสามารถพัฒนาทักษะ ทักษะทางการได้ยิน (Auditory Processing) ได้อย่างไร? 

Brain and Life Center เป็นศูนย์พัฒนาสมองและศักยภาพ ที่ช่วยปรับปรุงและพัฒนาทักษะทางกระบวนการความคิดของสมอง เราสามารถพัฒนาทักษะทางการได้ยิน (Auditory Processing)   ให้ดีขึ้นได้ ด้วย Brain training Program เป็นโปรแกรมฝึกสมองที่จะทำให้สมองของคุณมีศักยภาพสูงสุดในการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

 

อ้างอิง: http://www.neuronetlearning.com/ebook/812497652.pdf 

อ้างอิง: https://www.superduperinc.com/handouts/pdf/243_AuditoryProcessing.pdf 

อ้างอิง: https://successforkidswithhearingloss.com/for-professionals/listening-auditory-skills-development/ 

ฺBrainRX
การรับรองจาก BrainRX

BrainRx  เป็นศูนย์ส่งเสริมประสิทธิภาพสมองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มี Center ถึง 90 แห่งในอเมริกาและอีก 38 ศูนย์พัฒนาสมองในประเทศอื่นๆทั่วโลก

การฝึกอบรมสมองแบบตัวต่อตัว
การฝึกอบรมสมองแบบตัวต่อตัว

โปรแกรมการฝึกสมองของเรา มีในรูปแบบการฝึกตัวต่อตัว เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดแก่ผู้เรียน

ปัญหาการอ่านและเขียน
ผู้ที่มีปัญหาการอ่านและการเขียน

Dyslexia คือความบกพร่องในการอ่านและการเขียน จัดเป็นความผิดปกติด้านการเรียนรู้

(Learning Disorder) ประเภทหนึ่ง

BRAIN AND LIFE CENTER

ชั้น 33 อาคารพญาไทพลาซ่า แขวงทุ่งพญาไท

เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

✆    061-391-5559, 02-612-9121✉   contact@brainandlifecenter.com

© 2018 | Brain and Life Center